ันเหลือเงินรวมกันเก้าปอนด์ สองซูล และแปดเพนนีขณะหยุดยืนหน้าประตูบ้านเลขที่ 2 ถนนดารารัตน์ สามพี่น้องต่างกำกุญแจทองแดงไว้คนละหนึ่งดอก สีหน้าจดจ่ออยู่กับตัวบ้านโดยไม่ละสายตาไปทางไหน อารมณ์หลากหลายกำลังซัดโถมจิตใจจนชุ่มฉ่ำ“เหมือนความฝันเลย…”เมลิสซ่ากล่าวเสียงค่อยขณะแหงนหน้ามอง ‘บ้านโมเร็ตติ’ ซึ่งเป็นอนาคตของทุกคน
เบ็นสันอมยิ้ม“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องตื่น”ไคลน์ไม่มีอารมณ์ร่วมเหมือนกับสองคนนั้น มันเพียงผงกศีรษะเล็กน้อย“ต้องรีบเปลี่ยนกลอนประตูหน้าและระเบียงโดยเร็ว”“ไม่ต้องรีบก็ได้ สำนักงานจัดหาบ้านเช่าสาขาทิงเก็นมีชื่อเสียงค่อนข้างดี เงินที่เหลือควรนำไปซื้อชุดทำงานใหม่ให้นายมากกว่า แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องแวะไปเยี่ยมเยียนมิสเตอร์แฟรงค์”เบ็นสันกล่าวพลางชี้นิ้วกลับหอพัก…สามพี่น้องเดินกลับมาที่ห้องพักและอบขนมปังไรย์กินจนอิ่มหนำ ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านแถวหลังหนึ่งบนถนนกางเขนเหล็ก-บ้านเจ้าของหอพัก-บ้านมิสเตอร์แฟรงค์
หลังจากเบ็นสันเคาะประตู เสียงดังเกรี้ยวกราดภายในบ้านดังเล็ดลอดออกมา มิสเตอร์แฟรงค์พยุงร่างเล็กลุกพรวดจากโซฟาตัวโปรดเปิดประตู“คงรู้จักกฎเหล็กของฉันดีแล้วใช่ไหม! ลูกบ้านไม่มีสิทธิ์เลื่อนการชำระค่าเช่าทุกกรณี!”เบ็นสันเอนตัวไปด้านหน้า“มิสเตอร์แฟรงค์ครับ พวกเรามาเพื่อยกเลิกสัญญาเช่า”ตรงไปตรงมาอย่างนี้เลยหรือ? จะไปสำเร็จได้ยังไง? ไคลน์ที่ยืนข้างเบ็นสันพลันขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อหูระหว่างทางที่