่อ“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้คิดจะซื้อบ้านเดี่ยว เอาแค่บ้านแถวก็พอ เพียงแต่เน้นว่าต้องมีห้องน้ำส่วนตัว และมีห้องแยกของแต่ละคน แน่นอน ฉันเองก็ชอบขนมปังของมาดามสลิน รวมถึงบิสกิตทิงเก็นและเค้กมะนาวด้วย บ้านหลังใหม่จึงต้องอยู่ใกล้กับถนนกางเขนเหล็กหรือไม่ก็ถนนดารารัตน์”เมลิสซ่าทำแก้มปั่อง เธอเงียบงันเป็นเวลานานด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะผงกศีรษะในท้ายที่สุด
“แล้วก็ฉันไม่ได้ใจร้อนจะย้ายบ้านทันที่ พวกเราต้องรอให้เบ็นสันกลับมาก่อน”เมื่อกล่าวจบ ไคลน์หัวเราะคิกคัก“คงไม่ดีแน่ถ้าเบ็นสันกลับมาและพบกับห้องที่ว่างเปล่าลองนึกภาพดูสิ เขาจะต้องพูดว่า… ข้าวของหายไปไหนหมด?แล้วพี่น้องของฉันล่ะ? นี่ฉันเข้าผิดบ้านรึเปล่า? โอ้! ได้โปรดท่านเทพธิดา! หากนี่เป็นฝันร้าย ช่วยปลุกผมให้ตื่นจากฝันร้ายด้วยเถิด! บ้านผมหายไปได้ยังไง? แค่จากไปไม่กี่วันเองนะ!”ไคลน์เลียนเสียงและสำเนียงพูดของเบ็นสัน เมลิสซ่าเผยรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเธอกำลังมีความสุข ลักยิ้มตื้นสองข้างแก้มปรากฏขึ้นไม่บ่อยนัก“ผิดแล้ว มิสเตอร์แฟรงค์คงดักรอเบ็นสันที่ชั้นล่างเพื่อให้เขาคืนกุญแจ เบ็นสันไม่มีทางขึ้นมาถึงนี่ได้แน่”เด็กสาวล้อเลียนความตระหนี่ของเจ้าของหอพัก เป็นความเคยชินของสมาชิกครอบครัวโมเร็ตติไปแล้ว ที่จะล้อเลียนนิสัย
จุกจิกซึ่งมิสเตอร์แฟรงค์ชอบกระทำ สิ่งนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากเบ็นสัน“นั่นสินะ คนงกแบบหมอนั่นไม่มีทางเปลี่ยนกลอนประตูทุกครั้งที่เปลี่