จากครุ่นคิดอยู่สักพัก“เมลิสซ่า แต่ฉันมีรายได้สัปดาห์ละสามปอนด์แล้วนะและจะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นเธอไม่ควรเป็นกังวลเกินไป”“แต่พวกเราต้องออมเงินเผื่อกรณีฉุกเฉินไว้ด้วยอย่างเช่นการล้มละลายของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่นายทำ… ฉันเคยมีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง บริษัทที่พ่อของเธอทำงานอยู่เกิดล้มละลาย ชีวิตเปลี่ยนผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที่ เธอคนนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลาออก”เมลิสซ่ากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม…ไคลน์ถึงกับใช้มือก่ายหน้าผาก“ต…แต่บริษัทของฉัน… กับรัฐบาล… ช…ใช่แล้ว!บริษัทนี้มีเส้นสายกับรัฐบาล! ไม่ล้มละลายง่ายขนาดนั้นแน่”
“ในยุคสมัยปัจจุบัน แม้แต่รัฐบาลเองก็ไม่มั่นคง เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงทุกครั้งที่เลือกตั้ง และเส้นสายที่มีจะหายไปทันทีเมื่อขั้วอำนาจใหม่เข้ามาบริหารแทน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง บริษัทของนายก็จะถึงจุดจบ”เมลิสซ่าให้เหตุผลอย่างหนักแน่นคุณน้องสาวครับ… ทำไมถึงฉลาดขนาดนี้?ไคลน์ยังคงยิ้มแห้งแม้จะพ่ายแพ้การโต้เถียงอย่างหมดท่ามันส่ายศีรษะ“ก็ได้… ฉันจะอุ่นซุปที่เหลือจากเมื่อวาน แต่เธอต้องไปซื้อปลาทอดหนึ่งชิ้น เนื้อวัวพริกไทยดำหนึ่งชิ้น เนยโหลเล็กและเบียร์มอลต์ให้ฉันแก้วนึง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจัดงานฉลองเล็กๆ ให้กับงานใหม่ของฉันบ้าง”รายการที่กล่าวไปล้วนหาได้ง่ายจากแผงลอยบนถนนกางเขนเหล็ก ปลาทอดหนึ่งชิ้นมีราคาราวหกถึงแปดเพนนี ส่วนเนื้อหมักพริกไทยดำชิ้นไม่ใหญ่มากจะอยู่ที่ห้าเพ