งรึเปล่า?”เป็นสิ่งที่มันค้างคาใจแต่ลืมถามลุงนีลล์นัยน์ตาโรแซนพลันลุกวาว เธอจ้องไคลน์ราวกับเห็นภูตผี
“คุณจะคิดจะเป็นผู้วิเศษหรือไง?”เราถามตรงไปงั้นหรือ? ไคลน์เกาแก้มพลางตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน“ม…เมื่อทราบว่ามีพลังพิเศษและผู้วิเศษอยู่บนโลก คงเป็นการโกหกเกินไปถ้าบอกว่าไม่อยากเป็น”“ตายแล้ว… นี่คุณไม่รู้หรือว่ามันอันตรายขนาดไหน?หัวหน้าไม่ได้บอกหรือไง? ศัตรูของผู้วิเศษมิใช่พวกลัทธิชั่วร้ายหรือสาวกมืดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพวกพ้องด้วย!”“เกือบทุกปีจะมีเจ้าหน้าที่คลุ้มคลั่ง บางคนต้องสละชีวิตในหน้าที่เพื่อยับยั้งเหตุ! คุณไม่เป็นห่วงความรู้สึกคนในครอบครัวบ้างหรือ?”โรแซนทำไม้ทำมืออธิบายเพื่อหวังให้ไคลน์คล้อยตาม สีหน้าและโทนเสียงของเธอไม่พึงพอใจอย่างชัดเจน“ไคลน์ ฉันคิดว่าการเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนนั้นสบายและปลอดภัยที่สุดแล้ว ค่าตอบแทนของพวกเราเพิ่มขึ้นทุกปีหลังจากหลังผ่านไปสักพัก คุณก็จะมีเงินเก็บจำนวนมาก
สามารถเช่าบ้านหลังใหญ่ในเขตเหนือหรือไม่ก็เขตชานเมืองได้สบาย จากนั้นก็สมรสกับสตรีสูงศักดิ์ที่มั่งคั่ง มีครอบครัวแสนอบอุ่น มีทายาทที่น่ารักและซุกซน…”“เดี๋ยว! หยุดก่อนโรแซน!”ไคลน์รีบเบรกหล่อนไว้ มันสัมผัสได้ว่าเธอเริ่มฉุนเฉียว จึงพยายามเฉไฉไปเรื่องอื่น“ผมก็แค่… เอ่อ… อยากมีความรู้พื้นฐานติดตัวไว้บ้าง”“งั้นหรอกหรือ…”โรแซนเงียบงันสักพัก เธอก้มศีรษะลงพลางครุ่นคิดด้วยสีหน้าดำมืด“เพราะฉันเคยสูญเ