“พวกเราคือผู้พิทักษ์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเหยื่อที่น่าสมเพช ต้องรับมือภัยคุกคามและความบ้าคลั่งนานับชนิดบนโลก”หน้าต่างห้องบานใกล้กับทางเดินถูกปิดตาย ผนังห้องราบเรียบ มอบบรรยากาศเย็นยะเยียบ ภายในห้องมีแสงสีเหลืองอ่อนส่องสว่างถ้อยคำของดันน์·สมิทกังวานก้อง ทุกการสะท้อนได้สั่นคลอนจิตใจไคลน์ไม่น้อย ชายหนุ่มถึงกับหมดคำพูดไปชั่วขณะดันน์ส่ายศีรษะเมื่อเห็นไคลน์เงียบงัน“ผิดหวังรึเปล่า? ผู้วิเศษมิได้สวยหรูเหมือนกับที่ผู้คนวาดฝันไว้ เส้นทางของเรามีเพียงอันตรายรออยู่”“เมื่อได้รับบางสิ่ง ก็ต้องสูญเสียบางสิ่งแลกเปลี่ยน”ไคลน์กล่าวเสียงสั่น
เป็นเรื่องจริงที่มันไม่เคยรับทราบมากก่อนว่า ผู้วิเศษซึ่งแข็งแกร่ง ทรงพลัง ยิ่งใหญ่ และเหนือมนุษย์ จะมีด้านลับอันตรายซ่อนอยู่เหตุการณ์จริงที่ต้องเผชิญอาจไม่ร้ายแรงเท่ากับที่ดันน์เล่าแต่ตัวไคลน์เคยสัมผัสเรื่องเหนือธรรมชาติที่อันตรายมาแล้ว ไม่แปลกที่มันจะเกิดความกังวล หวาดกลัว และหดหู่แต่เครียดไปก็เท่านั้น มันหันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว ผู้วิเศษคืออนาคตที่ตนต้องเผชิญในสักวัน“ไม่เลว เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลและเป็นผู้ใหญ่…”ดันน์ซดกาแฟก้นแก้วจนหมด ก่อนจะกล่าวต่อ“ยิ่งไปกว่านั้น ผู้วิเศษมิได้ทรงพลังอย่างที่คุณคิดโดยเฉพาะ ‘ลำดับ’ ต่ำ… สงสัยไหมว่าทำไมพวกเราถึงใช้เลข 1 ระบุลำดับสูงสุดของโอสถ และ 9 ระบุลำดับต่ำสุดของโอสถ?”
“เหตุใดถึงต้องใช้ลำดับชั้นที่ขัดต่อความรู้สึกและหลักตรรกะเ