หลังจากได้ยินคำถามไคลน์ ดันน์เหลือบมองนอกหน้าต่างบานที่ตรงกับประตูยานิส มันหยิบกล้องยาสูบขึ้นมา ยัดยาสูบและใบมินต์ลงไป จากนั้นก็ยกขึ้นสูดดมบริเวณจมูกดันน์กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานและลื่นไหล“มีเพียงบ้านเท่านั้นที่ฉันสามารถดื่มด่ำกลิ่นของยาสูบและใบมินต์ได้เต็มปอด… ไคลน์ นายรู้จักเทวตำนานต้นกำเนิดไหม?”“ทราบครับ เมื่อก่อน ผมต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เรียนคำสอนจากมหาคัมภีร์แห่งรัตติกาลโดยตรง ตำราเล่มหลักที่ใช้คือ หนังสือแห่งปัญญา และจดหมายเหตุจากนักบุญ ตำราทั้งสองชนิดมีการกล่าวถึงเทวตำนานต้นกำเนิดไว้”ไคลน์พยายามรีดความทรงจำจากไคลน์คนก่อน จังหวะการพูดเริ่มช้าลง“พระผู้สร้างตื่นจากการหลับใหลในห้วงจักรวาลต้นกำเนิด จากนั้นได้ทำลายความมืดมิดที่ปกคลุมจนเกิดเป็นแสง
สว่างแรกของโลก ถัดมาไม่นาน พระผู้สร้างตัดสินใจหลอมรวมตัวเองเข้ากับจักรวาลโดยสมบูรณ์ ร่างกายกลายเป็นผืนปฐพีและท้องฟั้า ดวงตาหนึ่งข้างกลายเป็นดวงตะวัน อีกหนึ่งข้างกลายเป็นจันทราแดง โลหิตทุกอณูไหลเวียนแทนสายน้ำและทะเล หล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งบนโลก…”ไคลน์ชะงักอย่างไม่มีทางเลือก ความทรงจำไคลน์คนก่อนไม่ปะติดปะต่อและเลือนทาง มันจำได้เพียงว่า ต้นกำเนิดของโลกใบนี้คล้ายคลึงกับตำนานพระเจ้าผานกู่ของจีนมากน่าฉงนไม่น้อยที่ผู้คนจากโลกคนละใบกลับมีจินตนาการคล้ายคลึงกันหลายส่วน โดยเฉพาะด้านเทวตำนานและตำนานทั่วไปเมื่อเห็นไคลน์ ‘ติดขัด’ ดันน์·สมิทช่วยกล่าวเส