กับแนวคิดนี้มาก”เมื่อเหลือบเห็นไคลน์ยังคงขมวดคิ้ว ดันน์อธิบายต่อ
“คุณคงพอจะเดาได้ บ่อยครั้งที่หน่วยของเราต้องรับมือกับกองเอกสารโบราณจากยุคสมัยที่สี่หรือเก่ากว่า… เป็นของกลางที่ยืดมาได้จากลัทธิและกลุ่มคนนอกรีตที่พยายามขวนขวายครอบครองพลังพิเศษทางลัด หลายต่อหลายครั้งที่พลังดังกล่าวย้อนกลับไปทำร้ายพวกมันเสียเอง หน่วยเราอาจมีผู้วิเศษที่ถือครองพลังหลากหลายชนิด แต่ด้านวิชาการแล้วไม่ใช่ส่วนมากไม่ถนัดการเรียน และหลายก็แก่เลยวัยไปมากแล้ว”ขณะกล่าวประโยคสุดท้าย ดันน์อมยิ้มพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง จากนั้นอธิบายต่อ“เอกสารโบราณเหล่านั้นทั้งน่าเบื่อและชวนให้ง่วง แม้แต่พลัง ‘ผู้ไร้หลับ’ ของผมก็ไม่ช่วยอะไร… ในอดีต มีบ่อยครั้งที่พวกเราต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญสาขาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ แต่นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักเพราะนโยบายของโบสถ์เน้นการรักษาความลับให้มิดชิด และการให้บุคคลทั่วไปเข้ามาพัวพันกับเอกสารโบราณ อาจเป็นการนำพาชีวิตคนเหล่านั้นให้ประสบชะตากรรมเลวร้าย… ดังนั้น
เมื่อมีโอกาสได้ตัวผู้เชี่ยวชาญมาร่วมงาน ผมจึงต้องการคว้าไว้”ไคลน์พยักหน้าเล็กน้อย มันเริ่มมองเห็นภาพรวมแล้วหลังจากครุ่นคิดพักหนึ่ง ไคลน์หันกลับไปถามอีกครั้ง“แล้วทำไมคุณถึงไม่จ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นเรื่องเป็นราวสักคนไปเลย?”ดันน์อธิบาย“นั่นคือสาเหตุประการที่สาม และยังเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด… เหตุผลที่ผมเลือกคุณเพราะคุณเคยผ่านเหต