หัว น้ำลายไคลน์พลันไหลย้อยอัตโนมัติ กลิ่นหอมหวานของน้ำซอสเกรวี่ยังคงฝังแน่นในความทรงจำไคลน์คนก่อนด้วยความหิวโหย มันทบทวนวิธีการปรุงสตูเนื้อแกะใส่ถั่วของเมลิสซ่าก่อนอื่น ต้มน้ำให้เดือด เอาเนื้อแกะลงไปผัดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ใส่หอมใหญ่ เกลือ และพริกไทยดำเล็กน้อย ปิดท้ายด้วยเติมน้ำเพิ่มเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ใส่ถั่วปากอ้าและมันฝรั่งตามลงไปจากนั้นก็ต้มด้วยไฟอ่อน ปิดฝาทิ้งไว้ราวสี่สิบนาที่“เป็นการปรุงที่ง่ายและหยาบมาก… หวังพึ่งรสชาติจากน้ำของเนื้อเพียงอย่างเดียว”ไคลน์ส่ายศีรษะด้วยสีหน้าตำหนิ
ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ในยุคสมัยเช่นนี้ ครอบครัวสามัญคงหมดสิทธิ์ครอบครองสูตรอาหารรสเลิศ ทำได้เพียงปรุงด้วยกรรมวิธีพื้นฐานขอแค่วัตถุดิบหลักอย่างเนื้อไม่ไหม้ก็พอ ที่เหลือจะเป็นอย่างไรก็ช่าง โดยเฉพาะกับครอบครัวโมเร็ตติที่มีสิทธิ์กินเนื้อสัปดาห์ละสองมื้อบนโลกเก่า ไคลน์เองก็มิได้ปรุงอาหารด้วยฝีมือเลิศเลอนักแต่อย่างน้อยก็ยังสละเวลาสัปดาห์ละสามถึงสี่ชั่วโมงเพื่อทดลองประกอบอาหารกินเองเมื่อสั่งสมประสบการณ์มากเข้า ฝีมือจึงอยู่ในระดับพอใช้ที่เหนือพื้นฐานเล็กน้อย“ถ้ารอให้เมลิสซ่ากลับมาทำ กว่าอาหารจะเสร็จก็คงทุ่มครึ่ง เรากับเธอคงได้อดตายกันพอดี… ถึงเวลาต้องแสดงฝีมือการทำอาหารที่แท้จริงให้เห็นแล้วสินะ!”เรื่องของเรื่องคือไคลน์หิว มันแค่ต้องการหาข้ออ้างได้ชิมก่อนเท่านั้นเอง
โดยไม่รีรอ ไคลน์ตรงไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำเปล่าจำ