เมื่อกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม โจวหมิงรุ่ยได้ยินเสียงระฆังวิหารกังวานจากระยะไกลเป็นหนที่สอง หลังจากระฆังตีดังครบเจ็ดครั้ง ชายหนุ่มลุกยืนขึ้นและเดินไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัวด้วยเสื้อกั๊กดำสีเดียวกับสูท กางเกงขายาวสีดำสนิทรัดรูปหมวกทรงกึ่งสูง เมื่อผนวกเข้ากับกลิ่นอายนักวิชาการมาดขรึมโจวหมิงรุ่ยรู้สึกราวกับตนคือสุภาพบุรุษขุนนางแห่งยุควิคตอเรียเสียงพึมพำหลุดจากปากพลางอมยิ้ม“เราจะไม่สอบสัมภาษณ์เข้าทำงาน สิ่งเดียวที่ต้องทำคือพิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตา…”จิตใต้สำนึกของ ‘ไคลน์’ จะกังวลกับการสอบสัมภาษณ์ตลอดเวลา โจวหมิงรุ่ยจึงซึมซับอิทธิพลการแต่งกายมาโดยไม่รู้ตัวหลังจากสูดลมหายใจยาว มันตัดสินใจถอดสูทกับเสื้อกั๊กออก เปลี่ยนไปใส่โค้ทสีเหลืองอมน้ำตาลแทน และยังเปลี่ยนหมวกทรงกึ่งสูงเป็นหมวกปีกกว้างสีเดียวกับเสื้อ
เมื่อจัดการเครื่องแต่งกายเสร็จ เปั้าหมายต่อไปคือพรมสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่วางบนพื้นข้างเตียง หลังจากยกพรมขึ้น โจวหมิงรุ่ยใช้มือควานหารูเล็กจากช่องลับ จนได้พบสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ด้านในมันชักมือขวากลับ วัตถุที่ติดมาด้วยคือธนบัตรซึ่งถูกม้วนเป็นทรงกระบอกจำนวนแปดใบ ทั้งหมดมีสีเทาอมเขียวเจือจางนี่คือเงินเก็บทั้งหมดในปัจจุบันของเบ็นสัน และยังเป็นค่าครองชีพในอีกสามวันข้างหน้าของไคลน์และเมลิสซ่า สองจากแปดใบเป็นธนบัตรห้าซูล ส่วนที่เหลืออีกสามใบเป็นธนบัตรหนึ่งซูลซูลคือเงินสกุลอาณาจักรโลเอ็น มีมูลค่ามากเป็นล