เป็นสัญลักษณ์แทนผู้นำครอบครัว แต่เมื่อเริ่มบอกเวลาผิดพลาดบ่อยครั้งเข้า เบ็นสันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวางเก็บไว้ที่บ้านเมลิสซ่าทำตัวสมกับความใฝั่ฝันที่จะเป็นช่างจักรกล ในช่วงต้น เธอตั้งใจศึกษากลไกการทำงานของนาฬิกาโดยละเอียดจนกระทั่งเมื่อมีความรู้พร้อมซ่อม เครื่องมือหลายชนิดถูกยืมจากโรงเรียนเทคนิคทิงเก็น และเธอบอกกับทุกคนว่าซ่อมมันสำเร็จแล้วเมื่อไม่นานมานี้
แต่หลังจากยืนพิจารณาอยู่พักหนึ่ง หมิงรุยพบว่าเข็มนาทีไม่ขยับเขยื้อน จึงเลื่อนนิ้วขึ้นไปบิดเม็ดมะยมตามสัญชาตญาณทว่า บิดเท่าไรก็ไม่ได้ยิงเสียงสปริง เข็มนาทียังคงนิ่งค้างในจุดเดิม“ดูเหมือนจะเสียอีกแล้วล่ะ”ชายหนุ่มหันมองเมลิสซ่าเพื่อหาหัวข้อสนทนา น้องสาวสุดที่รักมองตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาคว้านาฬิกาไปเมลิสซ่ายังคงไม่เป็นไหน เพียงยืนเพ่งนาฬิกาพร้อมกับใช้นิ้วดึงเม็ดมะยมขึ้นหนึ่งล็อก เมื่อลองบิดซ้ายขวาสองสามครั้ง เข็มนาทีก็เริ่มส่งเสียงดังติ๊กต่อกอีกครั้งไม่ใช่ว่าการดึงเม็ดมะยมขึ้นจะหมายถึงตั้งเวลาหรอกหรือ… โจวหมิงรุ่ยขมวดคิ้วฉงนทันใดนั้น เสียงระฆังจากวิหารพลันกังวานจากจุดห่างออกไป สัญญาณดังขึ้นหกครั้ง หมายถึงเวลาหกโมงตรงในตอนเช้า เป็นเสียงที่ใสกังวานเสนาะหู
เมลิซ่าเอียงคอฟังระฆังวิหารอย่างตั้งใจ เมื่อกลับเข้าสู่ความเงียบงัน เธอก้มลงหมุนเม็ดมะยมเพื่อปรับเวลาให้ตรงกัน“ใช้ได้แล้ว”เป็นถ้อยคำเรียบง่ายไร้อารมณ์