ยงเท่านั้น มันยังพบปลอกกระสุนสีเหลืองหม่นตกอยู่ริมกำแพงซ้ายมือ“…เอาปืนลูกโม่จ่อขมับแล้วลั่นไกสินะ”หลังจากปะติดปะต่อชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน โจวหมิงรุ่ยก็ได้ข้อสรุปการตายของไคล์น·โมเร็ตติ
ชายหนุ่มไม่รีบร้อนสืบหาความจริง มันรีบขจัดคราบเลือดให้หมดเป็นลำดับแรก จากนั้นก็เก็บปลอกกระสุนและเดินกลับไปยังโต๊ะไม้ โจวหมิงรุ่ยหยิบปืนขึ้นและดันโม่ออกไปทางฝังซ้าย มันเทกระสุนในโม่ออกจนหมดกระสุนห้านัด… รวมถึงปลอก ทั้งหมดทำจากทองเหลืองชัดเจนแล้ว…โจวหมิงรุ่ยยืนมองโม่ที่ว่างเปล่าครู่หนึ่ง จากนั้นก็ใส่กระสุนกลับเข้าไปพลางพยักหน้าเบาๆสายตาของมันเหลือบมองไปยังสมุดจดที่เปิดค้าง อักษรบนหน้ากระดาษเขียนไว้ว่า ‘ทุกคนต้องตาย รวมถึงเรา’เมื่ออ่านจบ ความฉงนมากมายเริ่มผุดขึ้นในห้วงความคิดปืนมาจากไหน?ฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรมอำพราง?นักศึกษาจบใหม่จากสาขาประวัติศาสตร์ไปพัวพันกับอะไรเข้า?
ทำไมการลั่นไกฆ่าตัวตายถึงหลงเหลือเพียงคราบเลือด?หรือการเดินทางข้ามโลกของเรามีผลช่วยฟืนฟูร่างกาย…ขณะครุ่นคิด โจวหมิงรุ่ยเปลี่ยนไปใส่เสื้อลินินตัวอื่น มันนั่งลงบนเก้าอี้พลางทบทวนถึงสิ่งที่อาจมองข้ามชายหนุ่มมิได้สนใจอดีตของไคลน์สักเท่าไร สิ่งที่มันต้องการทราบก็คือ เหตุใดตนถึงถูกส่งข้ามโลก และจะเดินทางกลับได้หรือไม่!พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท มิตรสหาย โลกที่เปียมด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอาหารรสเลิศนานาชนิดโจวหมิงรุ่ยปรารถนาจะกลับโลกเก่า