พลันพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองอย่างช้าๆไคลน์·โมเร็ตติ ชาวเมืองทิงเก็น แคว้นอาโฮว่าของอาณาจักรโลเอ็นในทวีปเหนือ แถมยังเป็นนักศึกษาจบใหม่จากคณะประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโฮอี้…บิดาเป็นจ่าสิบเอกแห่งกองทัพหลวงผู้สละชีพในสงครามยึดครองดินแดนบนทวีปใต้ เงินชดเชยที่ครอบครัวได้รับ ช่วยให้ไคลน์ได้ศึกษาในโรงเรียนประจำ และนั่นคือพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลให้ไคลน์สอบเข้ามหาวิทยาลัยสำเร็จมารดาเป็นผู้ศรัทธา ‘เทพธิดารัตติกาล’ อย่างแรงกล้าเธอจากโลกนี้ไปในปีเดียวกับที่ไคลน์สอบเข้ามหาวิทยาลัยโฮอี้สำเร็จเขายังมีพี่ชายและน้องสาวที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านพักสองห้องนอน
ครอบครัวมิได้ร่ำรวย จะเรียกว่ายากจนกว่ามาตรฐานก็ไม่ผิดนัก รายได้ที่จุนเจือครอบครัวทั้งหมดมาจากพี่ชายผู้ทำงานเป็นเสมียนในบริษัทนำเข้าและส่งออกเพราะจบด้านประวัติศาสตร์ ไคลน์จึงเชี่ยวชาญภาษาโบราณที่ชื่อ ‘ฟุซัค’ ซึ่งถือเป็นรากฐานของอักษรทวีปเหนือทั้งหมด รวมถึงอักษรเฮอร์มิสที่มักปรากฏบ่อยครั้งในสุสานเก่าแก่ และยังปรากฏในตำรากับบทสวดอีกมากอักษรเฮอร์มิส…ความทรงจำหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัวโจวหมิงรุ่ย มันรู้สึกเจ็บแปลบที่ขมับจนต้องเลื่อนมือขึ้นไปจับเพื่อบรรเทา จากนั้นชายหนุ่มชำเลืองสายตากลับไปมองสมุดบันทึกบนโต๊ะที่หน้ากระดาษเปิดค้างอยู่ ตัวอักษรที่เขียนกึ่งกลางเริ่มแปรเปลี่ยน จากแปลกตากลายเป็นคุ้นเคย จากคุ้นเคยกลายเป็นอ่านออกในที่สุดประโยคสั้นที่เขียนด้วยอักษรเ