ห่งใหม่เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวรยุทธ์”
“เราไปดูกันเถอะ”
แล้วเจียงผิงอันก็ฉีกมิติ มุ่งหน้าสู่หอตำราเทียนเต้า ณ หทัยแผ่นดิน
นับแต่คราวก่อนที่หอตำราเทียนเต้าถูกเจียงผิงอันถล่มราบสถานที่ฝึกฝนอันล ้าค่านี้ก็กลายเป็นสถานที่รกร้าง ขุมกำลังใหญ่มากมายอยากใช้ทรัพยากรฝึกฝนที่นี่ จึงตั้งใจเปิดหอตำราเทียนเต้าขึ้นใหม่ จึงมาหารือเจรจากัน ต่างฝ่ายล้วนอยากได้ทรัพยากรฝึกฝนบางส่วน
เมิ่งจิงและเหลียงเซียวหงก็รวมอยู่ในนั้น หลังจากฝ่ายพบหน้าก็มีปากเสียงกัน จนเกิดเป็นการประลอง
บนภูเขาจักรพรรดิ อัสนีลูกแล้วลูกเล่าโปรยปรายไม่ยั้งหยุดเสียงกึกก้องคำรามลั่นทั่วฟ้าดิน และท่ามกลางสนามอัสนี หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ฝ่ายชายเผยบรรยากาศเช่นจักรพรรดิ สวมอาภรณ์ม่วงทอง ดูอหังการสุดแสน
ฝ่ายหญิงสวมชุดผู้ฝึกยุทธ์สีดำ เรือนผมยาวพลิ้วสะบัด ห้อมล้อมด้วยอัสนีโปรยปราย งดงามสะท้านจิตดุจนางเซียนเดินดิน
สองบุคคลนั้นก็คือเหลียงเซียวหงและเมิ่งจิงที่เปิดศึกกันอยู่
ยามผู้คนที่ตีนเขาเห็นการต่อสู้นี้ พวกเขาล้วนหลุดอุทาน
“สมเป็นร่างเซียนอัสนี อัสนีน่าสะพรึงกลัวนัก หากมิใช่ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติก็มิอาจขัดขืนได้เลย”
“ใช่เลย ธิดาเทพของตระกูลเหลยโบราณ ไม่ว่าจะด้วยความเร็วพละกำลังหรือพลังป้องกันล้วนห่างไกลเกินผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกันเทียบชั้น ในหมู่คนขอบเขตเดียวกัน พลังต่อสู้ของนางต้องติดห้าอันดับแรกแน่นอน”
“แต่ทางฝั่งเหลีย