งมีเขาคู่หนึ่งบนศีรษะ รูปลักษณ์คลับคล้ายมารสวรรค์เร้นกายพักผ่อนหลังอาคารแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นเจียงผิงอันย่องเข้ามาเงียบเชียบ ก็ตกใจจนผุดลุกทันที
เจียงผิงอันเองก็สะดุ้ง เขาไม่รู้ว่ายังมีผู้ซ่อนตัวอยู่ที่นี่
ตัวตนนี้รีบลุกเดินมาหา “บรรพชน ไฉนท่านกลับมาเร็วจังขอรับเผ่ามนุษย์ราบเละแล้วหรือ?”
“เรียบร้อย เรื่องง่าย ๆ แค่นี้เอง”
เจียงผิงอันสุขุมยิ่ง ถามอย่างไม่เผยพิรุธใด “ทุกผู้เข้าภพเซียนไปหมดแล้วหรือ?”
ตัวตนมีเขาตอบอย่างนอบน้อม “ส่วนใหญ่ไปกันแล้วขอรับ เหลือเราไม่กี่นาม”
เจียงผิงอันพยักหน้า “พวกเจ้าไปกันก่อน ข้าจะอยู่รั้งท้ายให้”
“บรรพชน เช่นนั้นไม่สมควรเลย จะให้บรรพชนอย่างท่าน…”
ตัวตนนี้เหมือนยังมีอะไรจะพูด ทว่าเจียงผิงอันตีสีหน้าเย็นเยียบจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวพลันถาโถม ทำให้มันกลืนวาทะที่ขึ้นถึงปากกลับลงไป
“รับบัญชาบรรพชน”
มันเหินไปหน้าค่ายกลเคลื่อนย้าย ตะโกนขึ้นทันที “บรรพชนให้เราไปกันได้แล้ว”
ยามตัวตนทั้งหลายได้ยินเช่นนี้ ก็รีบเข้าค่ายกลเคลื่อนย้ายไปอย่างแสนยินดี พวกมันไม่อยากถูกทิ้งไว้ที่นี่ อยากไปภพเซียนกันใจจะขาด ในเมื่อบรรพชนเต็มใจอยู่รั้งท้าย พวกมันย่อมแสนยินดี
ไม่นาน ทุกชีวิตทั่วทั้งเขตแดนมารมืดทมิฬก็หลงเหลือเพียงเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันผ่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก “หนนี้ข้าโชคดีเอาการมิได้เผชิญอันตรายใด ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย”
เขาควบแน่นพลังวิญญาณและปราณเซียนในดวงตา มองไปรอบ ๆ ค่ายก