สามวันต่อมา
เย่เทียนมาถึงสมาคมค่ายกลอีกครั้งและถูกนําตัวไปที่ห้องโถงชั้นสองของสมาคมค่ายกลทันที
“สิบคนเลยหรอ!”
เย่เทียนเห็นผู้เข้าร่วมทดสอบ 10 คนประกอบไปด้วยชายหนุ่มแปดคนชายวัยกลางคนหนึ่งคนและชายชราอีกหนึ่งคน ที่รออยู่ในห้องโถงใหญ่เมื่อนับรวมตัวเขาเองก็เป็น 11 คน เมื่อเย่เทียนมาถึงพนักงานที่นําทางเขาก็ออกจากห้องไป
“ปรมาจารย์ท่านนี้ ท่านเป็นผู้คุมสอบหรือไม่?” นักรบหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาและถามด้วยความกังวล
“ไม่ ข้าเองก็มาเพื่อเข้ารับการทดสอบเช่นกัน!”
เย่เทียนพูดเบา ๆ
นี้!!!
ผู้เข้ารับการทดสอบหลายคนมองมาที่เย่เทียนด้วยสายตาดูแคลน
ในความเห็นของผู้เข้ารับการทดสอบบางคน การที่เย่เทียนกลายเป็นปรมาจารย์ตั้งแต่อายุเท่านี้แสดงว่าพรสวรรค์ของเขาต้องสูงมากแต่ในตอนนี้เย่เทียนเดินทางมายังสมาคมค่ายกลเพื่อเข้ารับการทดสอบพวกเขาต่างคาดเดาว่าพรสวรรค์ด่านค่ายกลของเยเทียนคงไม่ได้สูงอะไรไม่อย่างนั้นเย่เทียนคงต้องกลายเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกลไปนานแล้ว
ถึงแม้ระดับปรมาจารย์จะทําให้ผู้คนหวาดกลัวแต่เมื่อเทียบกับปรมาจารย์ด้านค่ายกลแล้วไม่นับว่าเป็นอันใด ปรมาจารย์ค่ายกลระดับเริ่มต้นก็เพียงพอที่จะทําให้ผู้ฝึกยุทธระดับปรมาจารย์ไม่กล้าที่จะล่วงเกินด้วยเหตุที่ว่าปรมาจารย์ด้านค่ายกลเป็นกาลังสําคัญและมีจํานวนน้อยมากในฐานทัพทะเลมาร
ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้ําล่วงเกินปรมาจารย์ด้านค่ายกล
ปรมาจารย์ด้านค่ายกลจึงถูกยกย่องว่าเป็นปร