“จะไม่ยืดเยื้อได้ยังไงล่ะ? นังแพศยานั่นเดือนหน้าก็จะคลอดแล้วฉันอยากจะดูให้เห็นกับตาเลยว่าถ้าฉันไม่ยอมหย่า พวกเขาจะจดทะเบียนบ้านให้เด็กยังไง!” ฟางหรูพูดด้วยน ้าเสียงแฝงความสะใจฟางหรูหัวเราะเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “น้องสาว ฉันทำตามที่เธอแนะนำไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ พูดไปตลอดว่านางจิ้งจอกนั่นท้องลูกชาย ตอนนี้ทั้งครอบครัวเขาก็กำลังกังวลเรื่องการแจ้งเกิดของเด็กนอกสมรสอยู่เลย!”เธอหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มเยาะ “ฉันคิดว่าไม่ต้องรอถึงเดือนหน้าหรอก ไอ้หมานั่นก็คงมาขอหย่ากับฉันเอง”พูดถึงตรงนี้ ฟางหรูก็หัวเราะเสียงเย็นอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะพูดต่อ “เฮอะน้องสาว เธอไม่รู้หรอกว่าครอบครัวนั้นหน้าด้านแค่ไหน ถึงขนาดบอกว่าหลังจากแม่นางจิ้งจอกคลอดลูกแล้ว ฉันต้องยกงานที่ร้านสหกรณ์ให้หล่อน ถึงจะยอมหย่ากับฉัน!”ฟางหรูพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง “แต่ฉันก็เป็นคนหัวแข็งพอตัว เลยบอกพวกเขาไปตรง ๆ ว่า ถ้าจะให้ฉันยกงานให้นางจิ้งจอกนั่น ฉันลาออกจากงานซะดีกว่า ฉันไม่มีวันยกงานของฉันให้หล่อนหรอก!”อันจิ่วเม่ยได้ยินแล้วถึงกับตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนหน้าด้านได้ถึงขนาดนี้ เธอเอ่ยขึ้นด้วยความไม่สบายใจ “พี่สาว แล้วทางร้าน
สหกรณ์รู้เรื่องนี้หรือเปล่าคะ? เรื่องนี้จะมีผลกระทบกับงานของพี่ไหม?”อันจิ่วเม่ยยังคงกังวล เพราะฟางหรูเป็นคนที่ช่วยเธอได้มากในการทำงานร่วมกับร้านสหกรณ์ หากฟางหรูไม่ได้ทำงานที่นี่ เธอคงต้องหาคนอื่นมาร่วมมือด