ี้ฉันว่างพอดี อะไรที่ช่วยได้พี่จะไม่ปฏิเสธแน่นอน!”หากไม่ได้รับคำชี้แนะจากอันจิ่วเม่ย เธอคงไม่มีความมุ่งมั่นที่จะตัดสินใจหย่าอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ แม้ตอนนี้การหย่าจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่การได้ย้ายออกมาอยู่คนเดียวและใช้ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งและจดจำบุญคุณของอันจิ่วเม่ยไว้เสมออันจิ่วเม่ยเห็นฟางหรูพูดอย่างนั้นก็ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองสามารถหาผ้าจำนวนมากจากโรงงานผ้าให้ฟางหรูฟัง“พี่ฟางหรูคะ ฉันคิดว่าผ้าที่มีอยู่มากขนาดนั้น ถ้าเอามาทำเสื้อผ้าก็ใส่เองไม่หมด เลยอยากถามพี่ว่าพอจะรู้จักใครบ้างไหมที่สนใจ? พี่มีคนรู้จักกว้างขวาง ฉันเลยคิดว่าพี่น่าจะช่วยหาคนซื้อได้
พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันไม่ได้จะเอาเปรียบพี่แน่นอน เสื้อผ้าหนึ่งชิ้น ฉันจะแบ่งกำไรให้พี่หกเหมา พี่คิดว่ายังไงบ้างคะ?”อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงจริงจัง เธอตั้งใจจะผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อขาย แม้ว่าจะวางแผนร่วมมือกับลู่เหอไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ก็ต้องการให้ฟางหรูช่วยติดต่อขายออกไปก่อนสักสองสามชุด เพื่อให้มีคนสวมใส่และช่วยสร้างกระแส เมื่อเสื้อผ้าเริ่มได้รับความสนใจ งานของลู่เหอก็จะขายได้ง่ายขึ้นฟางหรูฟังแล้วถึงกับตาเป็นประกาย เธอพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง “โอ้โห เธอนี่น้องสาวแท้ ๆ ของฉันจริง ๆ นะ นี่ไม่ใช่มาขอความช่วยเหลือหรอก เห็นชัด ๆ ว่ามาส่งเงินให้ฉันต่างหาก!”เธอคว้ามืออันจิ่วเม่ยไว้แน่น ใบหน้