ต่อมาเป็นการถกเถียงเรื่องสถานที่อันจิ่วเม่ยเสนอความเห็น“จริงๆ ทำที่บ้านก็ได้นะคะ แต่กลัวว่าเขาจะไม่ตั้งใจ หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุจะไม่มีใครรู้ ทำรวมกันน่าจะดีกว่า”เหวินฟู่ถูกใจสุด ๆ ด้วยประสบการณ์ชีวิตครึ่งศตวรรษ เขารู้ดีว่าคนเราเห็นแก่ตัว แอบกินนิดหน่อยไม่เป็นไรแต่ถ้าความไม่ใส่ใจทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพหรือให้คนไม่ดีฉวยโอกาส ความเสียหายพวกนี้แก้ไขไม่ได้เลยเหวินฟู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน ้าเสียงหนักแน่น“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลไป ในหมู่บ้านเรามีบ้านร้างอยู่ตั้งหลายหลัง แม้จะดูโทรม ๆ ไปหน่อย แต่ซ่อมนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว เราแค่หาบ้านที่กว้าง ๆ สักหลัง จัดการให้สองกลุ่มนั่นทำงานด้วยกัน คอยจับตาดูกันเอง ง่ายจะตาย!”อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับ ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ นี่เป็นเรื่องที่เหวินฟู่ต้องจัดการอยู่แล้ว“งั้นฝากเรื่องนี้ไว้กับลุงเหวิน นะคะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง “พอจัดบ้านเสร็จ หนูจะรวบรวมคนมาสอนพร้อมกันเลย แต่ตอนนี้ขอตัวไปดูก่อนว่าพรุ่งนี้ควรเลือกผักจากบ้านไหนดี วันแรกต้องเลือกของดีๆหน่อยนะคะ”
เหวินฟู่ตอบรับอย่างร่าเริง “ได้ ๆ แล้วกลับมากินข้าวที่นี่นะ เดี๋ยวค่อยคุยรายละเอียดกันอีกที“”“ได้เลยค่ะ!” อันจิ่วเม่ยร้องตอบอย่างกระตือรือร้นอันจิ่วเม่ยบอกลาย่าอันแล้วออกเดินทางทันที เธอไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างบ้านไหน แต่เริ่มสำรวจจากบ้านแรกที่ปากทางเข้าหมู่บ้านพอเจอผักถูกใจก็บอกให้เตรีย