อันจิ่วเม่ยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยวาจาคมกริบ “ในเมื่อเธอเก่งกาจปานนี้ ฉันคงไม่ต้องแบ่งงานให้ครอบครัวเธออีกต่อไปเชื่อว่าด้วยฝีมือของเธอ คงเลี้ยงดูทั้งครอบครัวได้สบาย ๆ ”คำพูดนั้นทำเอาเพ่ยอิงถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าอันจิ่วเม่ยจะกล้าประกาศตัดขาดทางอ้อมต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ลี่เฟยที่เพิ่งจะรู้สึกภูมิใจในความเป็นญาติกับอันจิ่วเม่ยต้องช็อกไปตามๆ กัน ความหวังที่จะขายผักราคาดีพังทลายในพริบตาทั้งหมดเพราะปากพล่อยของเพ่ยอิงด้วยความไม่พอใจลี่เฟยจึงเอ่ยขึ้น “น้องสะใภ้สาม เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ จำเป็นต้องคิดมากขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงเธอจะไม่ถูกกับเพ่ยอิง ก็ไม่ควรทำแบบนี้ เธอเป็นผู้ใหญ่จะไปจริงจังกับเด็กทำไมกัน?”อันจิ่วเม่ยแทบจะหัวเราะร่าด้วยความขบขัน ก่อนจะตอบกลับอย่างเผ็ดร้อน“พี่สะใภ้ใหญ่ คุณกล่าวหาฉันแบบนี้ไม่ยุติธรรมนะ ในเมื่อเธอเป็นคนแรกที่ไม่คิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกัน ญาติพี่น้องที่ไหนไม่ดีใจให้กันแล้วยังซ ้าเติมอีก? เธอเป็นเด็กยังไม่รู้จักเคารพฉัน ฉันเป็นผู้ใหญ่จะต้องคอยเกรงใจเธอด้วยเหรอ?”
“ยังไงเธอก็มีความสามารถจริง ๆ เป็นถึงเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนของหมู่บ้าน มีฝีมือพอจะเลี้ยงดูทั้งครอบครัวได้ ฉันไม่อยากยุ่งมากขอเก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ให้พี่รองกับพี่สะใภ้รองดีกว่า”คำพูดของ อันจิ่วเม่ยตรงเป้าและไม่ไว้หน้าลี่เฟยเลยแม้แต่น้อยบรรยากาศตึงเครียดราวกับมีดที่กำลังจะฟันลงมาส่วนหลี่ฉีหมิ่นแล