อันจิ่วเม่ยได้ไก่ป่าที่สามีถอนขนเรียบร้อยมาเตรียมทำอาหารเธอหมักไก่ตัวหนึ่งด้วยเกลืออย่างพิถีพิถัน ตั้งใจจะทอดกินทีละนิดเหมือนกับแกล้มเหล้า ทำให้อาหารนั้นเข้มข้นและอร่อยลงตัวส่วนอีกตัวเธอนำมาตุ๋นอย่างบรรจง ตุ๋นจนเนื้อเปื่อยนุ่ม ละลายในปาก กลิ่นหอมของซุปไก่ตุ๋นลอยไปทั่วบ้าน เธอตั้งใจทำหม้อนี้เพื่อบำรุงร่างกายให้คุณย่าที่บาดเจ็บและต้องการอาหารบำรุงเป็นพิเศษบนโต๊ะอาหาร อันจิ่วเม่ยหันไปพูดกับย่าอันด้วยน ้าเสียงแน่วแน่“คุณย่าคะ ตอนนี้หนูรู้ความจริงหมดแล้ว ย่าไม่ต้องกลัวซื่อหงอีกต่อไปแล้วค่ะ หล่อนจะเอาเรื่องนั้นมาขู่เราไม่ได้อีก ถึงจะพูดออกมาหนูก็ไม่กลัวหรอกค่ะ ตอนนี้การที่เราได้อยู่พร้อมหน้ากันสามคน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับหนูแล้ว”หลังพูดจบ อันจิ่วเม่ยก็ตักน ้าซุปไก่หอมกรุ่นส่งให้คุณย่า ราวกับเป็นของขวัญล ้าค่าจากใจย่าอันน ้าตาคลอเบ้า หัวใจที่เคยหนักอึ้งเพราะความกังวลเริ่มเบาบางลง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าในช่วงบั้นปลายชีวิต จะได้สัมผัสกับความสุขเช่นนี้ เธอพยักหน้ารับหลายครั้ง พร้อมพูดด้วยน ้าเสียงสำนึกผิด“ถ้าย่าเล่าความจริงให้หลานฟังตั้งแต่แรก ป่านนี้พวกเราคงได้มีชีวิตที่สุขสบายแบบนี้นานแล้ว”
อันจิ่วเม่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากเล็กน้อยในใจ ก็ใช่ไงคะคุณย่า!แต่จะว่าไปก็ไม่สามารถโทษย่าได้ทั้งหมดเรื่องนี้นักเขียนก็ไม่ได้เฉลยอะไรชัดเจนเลยตั้งแต่ต้น! เฮ้อ…ช่างเถอะ ตอนนี้เธอก็รู้ความจริงทุกอ