าจะตามเราทันยามไหนก็ขึ้นกับเวลาแล้ว”
ภูตอสรพิษไร้ความคิดดิ้นรนใด ๆ สิ้นหวังแล้วอย่างสมบูรณ์
ในท้องเรือศึก ใบหน้าของเหมียวเสียซีดขาว กล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ข้าเพิ่งได้กลับมาพบกับเจ้าบื้อ ก็เจอเซียนสวรรค์เสียแล้ว ดูเหมือนนี่จะเป็นชะตา”
ตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แค่ยกนิ้วก็ฆ่าพวกนางได้ ไร้หนทางขัดขืนใด ๆ
“ชะตา? ใครกำหนดให้ชีวิตเราต้องบรรลัย?”
ใบหน้าของเจียงผิงอันหม่นหมอง เขาไม่เต็มใจ เพิ่งได้พบศิษย์พี่หญิงแท้ ๆ เขายังต้องกลับบ้าน ยังมีเรื่องมากมายต้องทำ ไม่เต็มใจตกตายที่นี่
แต่หากคิดเอาชนะเซียนสวรรค์ละก็ไม่มีทาง มีแต่ต้องหาทางหนีเท่านั้น
เจียงผิงอันนำผลึกเซียนที่ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนอวี่หวงให้มาโยนเข้าสู่หลุมดำกลืนกิน นำพู่กันพิพากษาออกมาวาดตวัดร่ายรำกลางอากาศ เกิดเป็นเส้นสายประสานตัวเป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์ทันที
เหมียวเสียมองการกระทำของเจียงผิงอันอย่างงุนงงสุดขีด เจ้าบื้อทำอะไรอยู่?
อักขระเหล่านี้ดูลึกลับและทรงพลัง แต่ไม่ว่าอักขระจากมือปุถุชนจะแข็งแกร่งเช่นไร ไปสู้กับเซียนสวรรค์ก็เสียแรงเปล่า
เหมียวเสียกอดเจียงผิงอันไว้อย่างเงียบเชียบ อยากสัมผัสความอบอุ่นจากกายชายผู้นี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนดับขัย
เจียงผิงอันไม่มีเวลาอธิบายให้เหมียวเสียฟัง เขาตั้งหน้าตั้งตาวาดอักขระเซียน มือซึ่งวาดอักขระวูบไหวรัวเร็วจนปรากฏภาพติดตาแล้ว
เซียนสวรรค์ร่างผอมแห้งประชิดใกล้เรือศึกเข้าไปทุกที สามสี่ตัวตนบนนาว