ต่ว่าอย่างที่พูดไป เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราไม่อาจจะดูแลพวกเขาได้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด”
“เอาเถอะนะ ถ้างั้นระหว่างนายไม่อยู่ฉันจะฝึกพวกเขาเพิ่มเอง”
จางมัลดงได้กัดฟันและตอบกลับมา มันดูเหมือนว่าเขาจะพยายามอย่างมากที่จะกลั้นขำเอาไว้
จากนั้นเมื่อซอลจีฮูหันไปมองโชฮงกับฮิวโก้ที่กำลังหัวเราะอยู่ ฮิวโก้ก็กลั้นขำเอาไว้และถามกลับมา
“ซอล นายจะไม่พานักบวชไปด้วยหรอ?”
“แน่นอนว่ามีสิ ฉันคิดว่าจะไปหาเธอพรุ่งนี้”
“จะไปหาเธองั้นหรอ?… มาเรียสินะ?”
“ใช่แล้ว”
ซอลจีฮูได้หยักหน้าออกมา และโชฮงกับฮิวโก้ก็หยุดขำในทันที จากนั้นพวกเขาก็ดูจะไม่เต็มใจ
“เอ่อ อืมม… ฉันไม่รู้สิว่ามันจะดีไหมนะ”
“ทำไมล่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้ หลังจากสงครามจบเธอดูเหมือนจะบ้าไป…”
ซอลจีฮูเบิกตากว้างขึ้นมา
“คุณมาเรียบ้าไป?”
ฮิวโก้ได้หยักไหล่ออกมา
“ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เธอเอาแต่พล่ามเรื่องการลงทุน และจากนั้นมันก็ล้มละลายไปก่อนที่จะได้ถอนทุน…”
ซอลจีฮูได้เอียงหัวออกมา จากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาลืมเรื่องของมาเรียไปเลย
“วันพรุ่งนี้ฉันจะไปเจอเธอแล้วกัน หากว่าเธอทำตัวแปลกๆ ถ้างั้น…”
ซอลจีฮูได้พึมพำออกมาอย่างคลุมเคลือราวกับว่าสิ่งที่เขาได้ยินมันยากที่จะเชื่อได้
“เราจะกำหนดวันเดินทางคือห้าวันนับจากนี้ ฉันจะไปบอกเจ้าหญิงเทเรซ่ากับคุณคาซุกิเอง เพราะงั้นเตรียมตัวกันไว้นะ”
“รับทราบ!”
“โอเค!”
โชฮงได้ลุกขึ้นตะโกนออกมา ในขณะที่ฟีโซราตอบกลับพร้