ะงักไปในทันที
“มันดูเหมือนว่าเราจะต้องร่วมงานกันไปสักพัก”
ยี่ซอลอาได้หลับตาแน่น เธอก็พอจะเดาไว้แล้ว แต่ว่าการมาได้ยินด้วยตัวเองก็ยังทำให้เธอตกใจอยู่ดี
“มันอาจจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ว่าก็มีโอกาสที่เราจะรับเธอเข้าทีม ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกนะ แต่ว่าฉันได้มาเปลี่ยนใจหลังจากสงคราม คุณฟีโซราได้บอกถึงสิ่งที่เธอต้องการออกมาอย่างชัดเจน”
ซอลจีฮูได้บอกว่าคาเพเดี่ยมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะเรื่องมากได้ และบอกถึงการที่ได้ชาวโลกที่ทรงพลังเพิ่มมาอีกคนจะแตกต่างไปจากเดิมขนาดไหน
ยี่ซอลอาได้ฝืนยิ้มออกมา
“อ๊า คุณพี่ไม่ต้องบอกเราทุกๆอย่างก็ได้ค่ะ แค่ทำตามที่ต้องการได้เลย ฉันไม่เป็นไร”
ซอลจีฮูได้จ้องไปที่ยีซอลอา
“โอเค แต่ว่าไม่ต้องกังวลไปนะ สิ่งที่เกิดขึ้นในกุหลาบขาวจะไม่เกิดขึ้นอีก ฉันได้บอกเธออย่างชัดเจนแล้ว”
“แล้วถ้าเธอทำอีกละค่ะ? คราวนี้ฉันจะไม่อยู่เฉยแล้ว!”
ยี่ซอลอาได้กำหมัดแน่นและพูดออกมาอย่างมั่นใจ
ซอลจีฮูได้หัวเราะออกมาเบาๆ
“ฉันรู้ถึงประวัติระหว่างพวกเธอนะ เพราะงั้นฉันจะไม่บอกให้พวกเธอเข้ากันให้ดี แต่ว่า…”
‘ฉันได้คุยกับเธอ และเธอก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร มันอาจจะใช้เวลาแต่ว่าลองพัฒนาความสัมพันธ์ดูนะ’
ซอลจีฮูได้กลืนคำพูดเหล่านี้ลงคอไป เขารู้สึกเหมือนกับว่าการพูดออกไปแบบนี้มันจะคล้ายกันกับในตอนที่เขาเกือบจะบังคับให้ฟีโซราต้องขอโทษออกมา
มันไม่มีอะไรจะอ่อนไหวไปกว่าเรื่องความสัมพันธ์อีกแล้ว เพร