ซื่อหงที่ตั้งใจจะมากินข้าวก็พยายามจะเอาใจหลี่เจียเฟิ่ง แถมยังพูดจาวาร้ายอันจิ่วเม่ยสารพัด เธอบอกว่าเรื่องที่อันจิ่วเม่ยบังคับเขาแต่งงานเธอจะบอกความจริงให้คนทั้งหมู่บ้านได้รับรู้ เธอจะทวงความยุติธรรมคืนให้เขาเองอันจิ่วเม่ยยังไม่ทันได้โต้ตอบ หลี่เจียเฟิ่งทีก็พูดเพียงคำสั้น ๆ ว่า‘ก็ลองดู’ ด้วยน ้าเสียงดุดันจนแม่เลี้ยงของอันจิ่วเม่ยถึงกับหน้าเสียก่อนจะผละจากไปอันจิ่วเม่ยกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ ก็ถูกหลี่เฟิ่งเอ่ยขัด “หยิบตะเกียบมากินข้าวเถอะ”แหม… ถึงจะหน้าตายไปหน่อยแต่ช่างเป็นสามีที่ดีแห่งชาติจริง ๆอันจิ่วเม่ยไม่รอช้าเธอรีบจัดการตักข้าวเสร็จสรรพ ก่อนจะประคองคุณย่ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันคุณย่าแม้จะถือชามข้าวในมือ แต่กลับไม่ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเอาแต่จ้องมองหลี่เจียเฟิ่งด้วยแววตาพิจารณาหลี่เจียเฟิ่งสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องจึงวางตะเกียบ รอฟังสิ่งที่คุณย่าจะเอ่ย“เด็กดี ย่าได้ยินว่าเธอช่วยหลานสาวของย่าไว้ ย่าขอบคุณมากนะ” คุณย่าเอ่ยด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน
สิ้นคำพูดรีบวางชามข้าวลงพร้อมกับประสานมือคำขอบคุณหลี่เจียเฟิ่งอย่างจริงใจถึงแม้ก่อนหน้านี้เธอจะไม่ชอบใจที่เขาพาหลานสาวไปแต่งงานกะทันหัน แต่ตอนนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าหากไม่มีเขา หลานสาวของเธอคงตกอยู่ในอันตราย“เจียเฟิ่ง หลานสาวของย่ามีชีวิตที่อาภัพนัก แม่แท้ ๆ ก็จากไปตั้งแต่เด็ก แถมยังมาเจอแม่เลี้ยงใจร้าย ต้องทำงานหนักตั้งแต่ยังเล็ก”คุณย่าเล่าต่อ