ท้ายยามบุตรเขาสิ้นลม เขาเห็นเหมียวเสียสับบุตรเขาตกตาย ขณะที่เจียงผิงอันก็อยู่ข้าง ๆ นาง
เจียงผิงอันสัมผัสจิตสังหารร้ายแรงได้ ก็กล่าวกับเหมียวเสียที่กอดแขนเขาอยู่ “ศิษย์พี่หญิงระวังตัวด้วย เราฆ่าลูกของโอวหยางหงอวิ้น อีกฝ่ายไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ๆ”
“ไม่ต้องห่วง มียอดฝีมือมากมายขนาดนี้ ขอเพียงมิใช่ยอดฝีมือระดับเซียนปฐพี ศิษย์พี่หญิงผู้นี้ไม่เป็นอะไรหรอก รอดูศิษย์พี่หญิงผู้นี้ประหารเซียนได้เลย”
เหมียวเสียเหินออกไป
“ผู้ใดจะมาสู้กับข้า!”
นางสวมเกราะรบจำนงศึก จำนงสัประยุทธ์ร้ายกาจดุจภูเขาไฟปะทุ เรืองฤทธิ์เกรียงไกร กระทั่งเซียนผู้บรรลุเซียนมาเนิ่นนานยังไม่มีปราณแข็งกล้าเช่นนี้
ที่นางแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเพราะกฎเต๋าเซียนจำนงสัประยุทธ์นั้นแข็งแกร่ง ตัวนางก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว อีกส่วนก็เพราะนางเรียนรู้กฎเต๋าเซียนจำนงสัประยุทธ์ในวิหารเทพชางจือมาหลายปี อยู่ในนั้นหนึ่งวันก็เท่ากับพินิจพิเคราะห์ประจักษ์แจ้งหลายปี
พริบตาต่อมา ชายชุดม่วงคนหนึ่งก็เดินมาจากอีกฝั่ง ร่างของเขาแผ่รัศมีสีน ้าเงิน กฎเต๋าเซียนธาตุน ้าแผ่ปกคลุมหนาแน่น
เห็นคนผู้นี้ เหมียวเสียก็หรี่ตาลงเล็กน้อย “ว่าแล้วว่าต้องเป็นเจ้า”
ก่อนจะมา เจ้าสำนักและบิดานางคาดเดาถึงคู่ต่อสู้ที่เป็นไปได้ไว้แล้วหลายคน
หนึ่งในนั้นก็คือบุคคลผู้นี้
นามของเขาคือถานเฉิง เป็นยอดฝีมือในสายตระกูลของถานกว่างโซ่ว อดีตผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลาน
บรรลุเซีย