้นหรอ?”
จากคำเตือนของจางมัลดงทำให้เธอต้องเปลี่ยนไปหยิบเอาดาบยาวที่ซื้อมาจากร้านขายของ
“… อ๊า นี่มันทำให้ฉันนึกถึงในตอนนั้นเลย”
เธอได้บ่นออกมาก่อนจะเล็งดาบยาวใส่ซอลจีฮู
เมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังมองมาที่เธอ ฟีโซราก็ถอนหายใจออกมา
“อย่ามาเกลียดฉันแล้วกัน”
“ว่ายังไงนะครับ?”
“ไม่มีมานา ไม่มีพลังของอุปกรณ์ นายรู้ตัวไหมว่าข้อจำกัดพวกนี้มันทำให้นายเสียเปรียบขนาดไหนกัน?”
“?”
“ยกตัวอย่างนะ ปู่ไม่ได้แค่บอกให้นายเอารถถังกับปืนใหญ่ออกไปเท่านั้น แต่ปู่ยังบอกให้นายเอาดาบไปสู่กับรถถัง”
หากว่านี่เป็นเรื่องจริง ถ้างั้นจางมัลดงไม่ได้ต้องการให้พวกเขาประลองเลย เขาแค่อยากจะให้ซอลจีฮูถูกอัดฝ่ายเดียว
“แต่ว่าคุณก็ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขเดียวกันไม่ใช่หรอ?”
“ฉันน่ะต่างออกไป”
ฟีโซราได้ส่ายหัวออกมา
“ต่อให้ไม่มีมานา อย่างน้อยฉันก็ยังมีรถถังอยู่ ร่างกายของฉันน่ะยังจำทักษะได้อยู่ คิดซะว่ามันเป็นทักษะติดตัวไปแล้วก็ได้”
ซอลจีฮูเข้าใจได้ในทันที เธอคงจะกำลังพูดถึง ‘หนึ่งเดียวกับดาบ’
“ยังไงก็ตาม-“
“มัวแต่พึมพำอะไรกันอยู่?”
เมื่อจางมัลดงได้คำรามออกมาอย่างไม่พอใจ ฟีโซราก็เงียบลงไป
‘หืม’
พอมาคิดดูแล้ว ซอลจีฮูก็สงสัยเหมือนกับว่าหากเทียบกันแค่เทคนิคอย่างเดียวฟีโซราจะแกร่งขนาดไหน เขารู้ว่าเธอแกร่งกว่าโอราฮีที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการชักดาบ และเขาก็เคยได้ยินมาหลายครั้งว่าเมื่อเทียบกับแรงค์เกอร์ระดับสูงคนอื่นๆแล้ว เธอไม่ด้อยไปกว่าใครเลย