กจะตั้งรกรากที่นี่ทว่าเจ้าก็เห็นสภาพความเป็นอยู่และรู้เรื่องราวของคนในหมู่บ้านแล้วเจ้ามีความเห็นว่าอย่างไรล่ะ” อานไท่อดถามออกมาไม่ได้อีกครั้ง“ข้าตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ขอรับ ไม่ทราบว่าท่านอาพอจะมีที่ดินตรงไหนขายให้ข้าได้รวมถึงที่นาด้วย” หยูเจียงตัดสินใจแล้วจึงได้ตอบอย่างหนักแน่น“ที่ดินสร้างเรือนนั้นมีหลายแปลงทีเดียว ทั้งที่อยู่ใกล้พวกข้า และห่างออกไปใกล้ชายป่า เจ้าอยากจะไปดูก่อนหรือไม่ ส่วนที่ดินเพาะปลูกนั้นอยู่ใกล้แม่นํ้าห่างออกมาครึ่งลี้มีอยู่สองร้อยหมู่74
ราคาที่ดินตกหมู่ละหนึ่งร้อยอีแปะรวมค่าดำเนินการของทางการนะ ส่วนที่ดินสร้างบ้านนั้นข้าจะพาเจ้าไปดูก่อนหากถูกใจตรงไหนเราก็ค่อยมาเจรจากัน รับรองว่าขายให้เจ้าตามราคาที่ทางการกำหนดไม่มีการเอาเปรียบอย่างแน่นอน” อานไท่บอกชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมา ด้วยท่าทางสีหน้าแสดงความจริงใจ
“ท่านอาไม่ต้องจริงจังถึงเพียงนั้นก็ได้ขอรับ” หยูเจียงกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะทำให้บรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลายเพราะสำหรับชาวบ้านธรรมดานั้นราคาที่ดินเพาะปลูกค่อนข้างสูงทีเดียว หากเทียบกับค่าแรงที่ได้รับเพียงห้าสิบอีแปะต่อเดือนอีกทั้งยังไม่ค่อยมีใครว่าจ้างอีกต่างหากในขณะที่หยูเจียงขยับตัวลุกขึ้น หนิงอันก็เอ่ยเรียกพ่อเสียงใส แววตาเว้าวอน “ข้าขอไปด้วยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงสบสายตากับบิดากระพริบตาปริบ ๆ“ตามใจเจ้า” หยูเจียงยากจะหักใจปฏิเสธบุตรตัวน้อยทำให้เจ้าตัวเล็กพุ่งตัวดุจลูกธน