วิญญาณของหนิงอันกล่าวอยู่ข้างหูของหญิงสาวผู้ผูกผมหางม้าแผ่วเบา3
ทำให้ข่ายซินรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ ‘อย่ามาหลอกฉันเลยนะ เอาไว้จะเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้’ยังไม่ทันที่หนิงอันจะพูดอะไรเพิ่ม ก็ได้มีลมหอบใหญ่มาโอบล้อมร่างโปร่งแสงของเธอ จากนั้นภายในห้องก็ปราศจากร่างวิญญาณของหญิงสาวหนิงอันรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นอย่างมาก เมื่อลมหยุดนิ่งรอบด้านของตนก็มีแต่ความเงียบสงบไร้ซึ่งสรรพเสียงใด ๆ มีเพียงแค่ลมพัดแผ่วเบา“มาแล้วอย่างนั้นหรือ วิญญาณผู้โดดเดี่ยว” เสียงแหบแห้งดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าหนิงอันมองซ้ายแลขวาสีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ “ไม่ต้องหาเราหรอก ยังไงเจ้าก็ไม่มีทางเห็น หากว่าเราไม่ปรากฏกาย” นํ้าเสียงนั้นกล่าวออกมาอีกครั้งคล้ายขบขัน“คุณเป็นใครคะ ที่นี่คือที่ไหน” หนิงอันสงบสติอารมณ์ถามออกไป4
“เจ้าไม่ต้องรู้หรอก สาเหตุที่เจ้าต้องมาที่นี่ เป็นเพราะมีเด็กคนหนึ่งมาร้องทุกข์ต่อเรา ว่าเจ้าทำร้ายนางและครอบครัวอย่างแสนสาหัส เจ้าฟังให้จบก่อนเด็กคนนั้นจึงอยากให้เจ้าไปใช้ชีวิตแทนนาง ที่ตอนนี้ดวงจิตของนางขอมาเป็นผู้รับใช้ของเรา เอาล่ะเจ้าพูดได้แล้ว” เสียงแหบพร่านั้นตอบคำถามของหญิงสาว ก่อนที่จะพูดหยุดนางในคราวเดียวเพื่อให้ตนพูดจนจบเสียก่อน หนิงอันที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดจึงได้เปิดปากขึ้นทันทีหลังได้ยินคำอนุญาต“ฉันขอค้านค่ะ ตั้งแต่เกิดมา มดแมลงยังไม่เคยฆ่าเลยนะคะ แล้วฉันจะกล้าไปทำร้ายครอบครัวของเด็