อกท่าน หากว่าฟังแล้วรู้สึกเหลือเชื่อ ข้าอยากให้ท่านคิดเสียว่าเรื่องนี้เป็นเพียงนิทานตามโรงนํ้าชาได้หรือไม่” ความหวาดกลัวฉายชัดออกมาทางแววตาของนาง
ทำให้เหลียนเซียวมู่ตง รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเช่นกัน “หากสิ่งที่เจ้าจะพูดทำให้ตัวเองลำบากใจ เจ้าไม่จำเป็นจะต้องพูดมันออกมา” หนิงอัน สบสายตาของตนไปยังดวงตาของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกตื้นตัน
“ไม่พูด ไม่ได้หรอก นอกเสียจากว่าเราทั้งสองจะเลิกเป็นคนรักกัน” คำพูดนี้เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเหลียนเซียวมู่ตง
ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดเริ่มลุกลี้ลุกลน “อันอัน ถ้าอย่างนั้นจะ…เจ้าพูดออกมาเถอะ ต่อให้เจ้าพูดว่าตัวเองสามารถเหาะเหินเดินไปบนอากาศได้ ข้าก็จะเชื่อโดยไร้ข้อกังขา แต่ขอเพียงอย่างเดียวเจ้าอย่าพูดคำว่าเลิกกับข้าเช่นนี้อีก” นํ้าเสียงของผู้พูดสั่นจนอันอันสัมผัสได้50
“ท่าน ชอบข้ามากเลยอย่างนั้นหรือ ข้าจำได้ว่าตอนเจอกัน ครั้งแรกในตอนนั้นท่านยังอยากจะฉีกร่างของข้าเป็นชิ้น ๆ อยู่เลย” หนิงอัน กล่าวขึ้นนํ้าเสียงเจือแววขบขันยามนึกถึงเรื่องของอดีต
เหลียนเซียวมู่ตงทำหน้าปุเลี่ยน ปากของเจ้าตัวเผยอขึ้นลงคล้ายปลากำลังขาดอากาศหายใจ
“ก็ตอนนั้น มันเป็นเหตุสุดวิสัยนี่ ข้าเพิ่งจะอาบนํ้าเสร็จอีกทั้งยังอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยก็เลย…เจ้าอย่าถือเรื่องเก่าเลยนะ หากเป็นอย่างตอนนี้ ข้าจะถอดเสื้อให้เจ้าชมก็ย่อมได้” ดวงตาของผู้พูดพราวระยับแข่งกับแสงดาว
“ท่านนี่มันหมาป่าห่มหนัง