กงูเองก็เตรียมตัวพร้อมแล้วเช่นเดียวกับเจ้าลาย ฉงฉง และหมาป่า เจ้าจะให้ทำอย่างไรต่อ’ กุยเฮยแปลภาษาของผึ้งตัวน้อยออกมาด้วยความกระหายการต่อสู้
‘ให้เฝ้าเอาไว้ก่อน เมื่อพวกมันขึ้นบกมาได้ ใครไม่ยอมจำนนก็ให้พวกนั้นจัดการได้เลย ส่วนใครที่ยอมทิ้งอาวุธให้พวกนั้นควบคุมตัวเอาไว้เพื่อจับเป็น’ หนิงอันพูดขึ้นอย่างใจคิด
หลังจากผึ้งตัวน้อยได้ยินคำสั่งเช่นนี้เจ้าตัวก็รีบบินกลับไปเพื่อสื่อสารถึงสหายทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
คล้อยหลังผึ้งน้อยจากไป หนิงอันจึงได้มาพูดกับเหลียนเซียวมู่ตง “ข้าเข้าใจแล้ว หากเจ้าจะสู้ก็อย่าอยู่ห่างข้าล่ะ” ชายหนุ่มไม่ลืมกำชับเด็กหญิงก่อนที่จะเดินไปสั่งการกับคนสนิททั้งสอง
หนิงอันพยักหน้ารับอย่างแกน ๆ นางเข้าใจดีว่าเขาเป็นห่วง ที่เป็นอย่างนี้สาเหตุก็มาจากบิดาของตนนั่นเอง
ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่นางจะตัดสินใจนั่งหลังเจ้าห้าขึ้นภูเขามาด้วย บิดาที่ต้องเป็นผู้สั่งการอยู่แนวหลังได้กำชับนางยํ้า148
แล้วยํ้าอีกด้วยความเป็นห่วงปนกังวล เหลียนเซียวมู่ตงที่ได้ยินจึงได้เป็นผู้อาสาดูแลนางเอง
ในระหว่างที่หนิงอันกำลังรอชายหนุ่มสนทนากับคนของเขาอยู่นั้นเสียงซวบซาบก็ดังขึ้นจากบริเวณพงป่าด้านข้างเด็กหญิงจึงได้ตื่นตัวพลางกวาดตามองอย่างระแวดระวัง
‘เฮยเฮย เจ้าได้ยินเสียงหรือไม่’ หนิงอันสื่อสารกับเต่าคู่หูเมื่อเธอไม่ได้ยินเสียงเตือน ‘เจ้าไม่ต้องตกใจแค่กระต่ายโง่ผู้ไม่รู้ เวลํ่าเวลาเท่านั้น’ นํ้าเสียงกุยเฮยส่อ