ดร้องไห้เถอะเจ้าค่ะ ให้ข้าไปดูอาการคนป่วยก่อนดีหรือไม่” คำพูดของอันอัน ทำให้แม่ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์มาหลายวันจึงได้คลายอ้อมกอดของตนออก333
“ฮูหยิน เจ้าให้แม่หนูน้อยไปพักก่อนดีหรือไม่ยังไงซะในตอนนี้ท่านหมอฉู่ก็ช่วยให้นางอยู่ในอาการคงที่แล้ว” เสียงทุ้มมีอำนาจดังมาจากชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพูดขึ้น
ทั้งลูกและแม่เมื่อเห็นคนผู้นี้ทำให้คนทั้งสองต่างเบือนหน้าหนีไม่สนใจเขา ทำให้หนิงอันผู้กำลังตกอยู่ในบรรยากาศชวนน่าอึดอัดเช่นนี้ยิ่งหายใจไม่ออก“เสี่ยวอันชายผู้นี้คือท่านกั๋วกง ที่นี่คือจวนของเขา ส่วนหญิงคนนี้นางคือฮูหยินเอกของเรือน” ยงเผยกล่าวแนะนำคนทั้งสองผู้เป็นเจ้าของจวนหลังคำพูดของยงเผยจบลง เหลียนเซียวมู่ตงผู้ยังไม่ได้บอกถึงตัวตนของตนจึงมองไปทางคนตัวเล็กอย่างระวังและเมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางเป็นปกติเด็กชายก็รู้สึกวางใจหนิงอันจึงยอบกายคารวะกล่าวทักทายผู้เป็นใหญ่อย่างสุภาพ หญิงสาวผู้อยู่ใกล้เจ้าตัวน้อยจึงได้ยื่นมือเข้าไปพยุงให้คนตัวเล็กลุกขึ้น“เด็กน้อยเจ้าลุกขึ้นเถอะ เป็นข้าที่ใจร้อนเอง เจ้าเดินทางมาไกลข้าจะให้คนพาเจ้าไปพักก่อน”334
“ฮูหยินอย่าได้เกรงใจ ข้าเป็นหมอยังไงการดูแลคนป่วยย่อมเป็นหน้าที่ของข้าเจ้าค่ะ” คำเรียกขานของหนิงอันเปลี่ยนไปเมื่อนางทราบถึงฐานะของหญิงวัยกลางคนตรงหน้าและหลังจบคำพูดของคนตัวเล็กก็มีบ่าวรับใช้สีหน้าดูแตกตื่นเดินเข้ามารายงานต่อผู้เป็นนายเสียงกระซิบแม้จะเบาเพียงใดกร