ความกลัวปรากฏขึ้นในใจ เซี่ยเปิ่นจวินมิคาดเลยว่าเขาจะกลัวผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ยังไม่บรรลุเซียน
พูดไปก็ไร้คนเชื่อ
“ต้องมิให้สองร่างของเจียงผิงอันผนวกกัน!”
กระทั่งเจียงผิงอันที่ไม่ผสานร่างยังสู้กับเขาได้สูสี หากผสานร่างจริง ๆ เขาจะสู้ไหวได้หรือ?
รู้เช่นนี้น่าจะเรียนวรยุทธ์เซียนระดับสูงกว่านี้ไว้ หรือเก็บไพ่ตายระดับเซียนไว้เพิ่มสักหน่อย จะได้มิทุลักทุเลขนาดนี้
ยามนี้เสียใจก็เปล่าประโยชน์ เรื่องสำคัญที่สุดคือจัดการกับเจียงผิงอันเสีย
เซี่ยเปิ่นจวินพลันหันกายพุ่งเข้าโจมตีร่างศึกของเจียงผิงอันอวตารที่เพิ่งมาของเจียงผิงอันนี้น่าจะรับมือไม่ยากเท่าเจียงผิงอันตรงหน้า จัดการให้ได้ก่อนร่างหนึ่ง ค่อยหาทางจัดการอีกร่างก็ได้
ทว่า เซี่ยเปิ่นจวินมิทันได้โจมตี มิติก็เปลี่ยนทิศ หันตัวเขาพุ่งใส่ร่างจริงของเจียงผิงอันในบัดดล
เจียงผิงอันมีศาสตราเซียนกำไลทลายมิติบนข้อมือ สามารถควบคุมมิติได้ แม้จะใช้บ่อยมิได้เพราะเปลืองพลังมหาศาล แต่ในยามคับขันเช่นนี้ เปลืองพลังแค่ไหนก็ต้องใช้
เมื่อเซี่ยเปิ่นจวินซึ่งกำลังจะเหินใส่ร่างศึกถูกลากตัวมาหา เจียงผิงอันก็ออกหมัดเข้าใส่
“บัดซบ!”
ใบหน้าของเซี่ยเปิ่นจวินบูดเบี้ยว เหวี่ยงธงค่ายกลในมือเข้าปราชันทันที
สองฝ่ายเปิดฉากปะทะอีกหน ครั้งนี้น่าแปลกที่ไม่มีคลื่นพลังสั่นไหวมากนัก
ม่านตาของเซี่ยเปิ่นจวินพลันหดตัว หนึ่งรอยร้าวปรากฏบนธงค่ายกลของเขา!
เป็นไปได้เช่นไร! ธงค่ายกลนี่อยู่ในระด