นา
บางผู้บอกว่าเขาตกตาย บ้างบอกว่าเขามุ่งหน้าสู่ภพอันสูงกว่า
เขาหายตัวไปเพราะเหตุใด มีเพียงตัวตนสูงสุดในภพเซียนเท่านั้นที่ทราบ
สรุปคือ ไร้ผู้ใดสั่นคลอนสถานะของเวิ่นชางเทียนได้
อัจฉริยะไร้เทียมทานมากมายอยากลองท้าทาย แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว เขาเป็นดั่งบรรพตสูงเกินหยั่งยอด มิอาจก้าวข้ามได้
ยามนี้ มีผู้น้อยอีกคนคิดท้าทายแล้ว
ป้ายศิลาสีทองพลันสั่นสะท้านรุนแรง อักขระเซียนเกินคณานับหลากหลั่งไร้สิ้นสุด กระจายมวลเมฆาสีเลือดบนฟ้า แล้วหนึ่งร่างสูงใหญ่ก็เหยียบยืนบนป้ายศิลา ราวเป็นแสงส่องหล้าหนึ่งเดียว
ใบหน้านั้นเหมือนเป็นกฎเซียนอันยากเย็นที่สุดในโลกา มิอาจประจักษ์เห็นได้
เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่เพียงขั้นต้นระดับเขตแดน แต่รูปลักษณ์กลับเหมือนเซียนปรากฏในสามัญโลก ปวงชนมิอาจเกินความคิดล่วงเกินช่างทรงพลัง ศักดิ์สิทธิ์เกินใดเปรียบ
“หนนี้เจียงผิงอันพ่ายแน่! เส้นทางไร้พ่ายของเขาจะจบที่นี่!”ดวงตาของเฉียนเทียนอวี่แดงก ่า กำมือจนกระดูกนิ้วแหลกไปเองด้วยริษยา ทว่าหารู้ตัวไม่
เฉียนเทียนอวี่อยากเห็นเจียงผิงอันล้มเหลวมาตลอด แต่รอมาหลายร้อยวัน ก็เห็นแต่ชัยชนะของเจียงผิงอัน
ครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็พบความหวัง
สีหน้าของปวงชนใกล้เคียงเขาพลันดูพิกล เฉียนเทียนอวี่ผู้นี้พูดแต่อะไรแบบนี้มาเก้าสิบเก้าหนแล้ว แต่ละครั้งก็ไม่เคยเป็นจริงดังว่าทำให้ปวงชนนึกสงสัยว่าเจ้าหมอนี่มีพรสวรรค์พิเศษ ‘พูดอะไรไม่เคยสมพรปาก’ หรือเปล่าหนอ
เจียงผิง