่มี เป็นเซียนไม่ได้ มิอาจโลดแล่นอะไรได้เลย”
เจียงผิงอันเมินอีกฝ่ายไปสนิท มองนามอันดับเก้าสิบเก้าบนป้ายศิลาแล้วเอ่ยปาก “ผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียน โปรดชี้แนะด้วย”
แม้เขาในยามนี้จะมีสิทธิ์เข้าสถานที่ฝึกฝนหลายแห่งสามร้อยปีโดยไม่คิดเงินแล้ว เขาก็ยังอยากท้าทายคนเหล่านี้ต่อ
นอกจากนั้น ทุกครั้งที่เอาชนะใครได้สักคน ก็เท่ากับได้เวลาฝึกฝนมาเพิ่มอีกสามร้อยปีเปล่า ๆ สามารถทับซ้อนกันได้ตลอด
อักขระเซียนบนป้ายศิลาเฉิดฉาย หญิงงามสวมผ้าคลุมหน้านางหนึ่งปรากฏขึ้นบนแท่นศิลา รูปลักษณ์คล้ายคลึงนางเซียนอับดับหนึ่งของสำนักที่ปรากฏตัวเมื่อครู่อย่างยิ่ง แม้จะสวมผ้าคลุมหน้า แต่ดวงตาเหมือนกันทุกประการ
ยามปวงชนเห็นการกระทำของเจียงผิงอัน พวกเขาก็ผงะไปเล็กน้อย
“เจียงผิงอันยังจะท้าทายต่อหรือ?”
“ทำไปทำไม? ต่อให้เขาได้อันดับหนึ่งในร้อยอันดับแรกได้ ภายหน้าก็มิอาจเป็นเซียน แต่จะอย่างไร เขาก็มิอาจคว้าอันดับหนึ่งได้อยู่ดี”
“คงขัดใจแหละ ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นเซียนก็ยังต้องสู้”
เฉียนเทียนอวี่เห็นตนถูกเจียงผิงอันเมิน สีหน้าก็บิดเบี้ยว ร่างสะท้านเทิ้มด้วยโทสะ
เหตุที่เขาล้อเลียนเจียงผิงอันไม่หยุดปากก็เพราะอยากเห็นเจียงผิงอันเดือดโทสะ แต่อีกฝ่ายไม่สนใจเขาสักนิด ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ ทำให้เขาขัดเคืองใจยิ่ง
“มัวเสแสร้งไปเถอะ อีกไม่นานเจ้าก็ถูกผู้อาวุโสสุ่ยเยว่เซียนฆ่าแล้ว!” เฉียนเทียนอวี่แช่ง
ภาพฉายของสุ่ยเยว่เซียนมองตรงมาที่เ