ภายใต้จันทราทั้งสอง ความมืดมนจากตัวเยี่ยเฮ่าเทียนคลับคล้ายกลืนกินแสงสุดท้ายหายสิ้น สองร่างปราชันดุจสายฟ้าปะทะเหนือทะเลทรายสีดำอันวังเวง
“ถอดใจเถอะ เจ้าเอาชนะเซียนผู้นี้ไม่ได้หรอก”
เสียงอันเฉยชาเย่อหยิ่งสะท้อนในสมรภูมิอันเงียบเชียบ ดุจคำพิพากษ์แห่งตุลาการ เด็ดขาดชวนสิ้นหวัง
เยี่ยเฮ่าเทียนใช้เขตแดนแห่งทอง จู่โจมเจียงผิงอันด้วยวรยุทธ์เซียนขั้นสุดยอดจนถอยร่นกระอักเลือด
พวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันแท้ ๆ แต่เยี่ยเฮ่าเทียนอาศัยความเข้าใจในกฎเกณฑ์อย่างลึกล ้า ทำให้กฎเกณฑ์ของเขามีพลังทำลายสูงล ้ายิ่ง
กระทั่งเขตแดนแฝดผนวกเขตแดนกลืนกินของเจียงผิงอันยังยากปราชัน สาเหตุหลักนั้นก็เพราะความเร็วของเยี่ยเฮ่าเทียนสูงเกินไป ยากจะโจมตีโดนสักหน
หากมิใช่เพราะรากเซียนอัสนีหยินถูกฉีกออกไป มีเขตแดนอัสนีหยินเข้าประสาน เจียงผิงอันคงไม่สะบักสะบอมเพียงนี้
แม้ร่างของเจียงผิงอันจะเต็มไปด้วยบาดแผล ร่างของเขาก็ยังยืนหยัด จำนงศึกกล้าแกร่ง เหวี่ยงหมัดทำลายล้างครั้งแล้วครั้งเล่า สองร่างประสานออกหมัด รวดเร็วจนดูเหมือนเวลาถูกหยุดไว้
ฉับ!
หลังจากประมือกันมิทราบหน มือของเยี่ยเฮ่าเทียนก็เปลี่ยนเป็นดาบทอง สะบั้นร่างอวตารกลืนสวรรค์ขาดครึ่ง โลหิตสาดคลุ้งสุญตา
“เจ้ายังมัวดื้อด้านอะไร เจ้าจะเอาอะไรมาสู้เซียนผู้นี้ได้!”
เจียงผิงอันใช้ความเงียบสู้คำถาม ใช้วิชาลับเสริมของวิชาเทียมเทพสงครามขั้นหก ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ ออกมา
หนึ่งภาพฉายปร