ผิงอันเช่นกัน เพราะเช่นนั้นเขาจึงใช้ ‘ห้าเตาหลอมสวรรค์’ ยามเจียงผิงอันสิ้นปราณเซียนเพื่อป้องกันเหตุเกินคาดใด ๆ
เปลวเพลิงอันทรงพลังจากเตาหลอมทำให้ปวงชนรู้สึกราวอยู่ชิดดวงตะวัน ความร้อนที่เจียงผิงอันซึ่งอยู่ตรงกลางเตาทั้งห้าประสบยิ่งเกินบรรยาย
เซียนสวรรค์เยี่ยเจิ้นเย้ยเยาะเซียนจากแดนจันทร์มายาทั้งหลาย“อัจฉริยะของแดนจันทร์มายาก็แค่นี้ เคหาเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นของข้า เยี่ยเจิ้น…”
ตู้ม!
หนึ่งเสียงระเบิดดังเลื่อนลั่นขัดวาทะของเยี่ยเจิ้น
เตาหลอมที่เยี่ยเฮ่าเทียนก่อขึ้นระเบิดแหลก ปวงชนเห็นร่างมหึมาสูงยี่สิบลี้ร่างหนึ่งทะยานออก แผ่ฤทธิ์ยิ่งใหญ่ดุจมหาสมุทร
แตกต่างจากภาพฉายของเจียงผิงอันก่อนหน้านี้ หนนี้เป็นร่างเนื้ออย่างแท้จริง แม้จะมิได้ใหญ่โตเช่นภาพฉาย แต่อำนาจจากกายนี้กลับทรงพลังยิ่งกว่า ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ เสียอีก
เจียงผิงอันร่างมหึมานี้แบมือออก คว้าร่างศึกและอวตารกลืนสวรรค์ซึ่งบาดเจ็บเข้าสู่โลกใบน้อยในกาย
เมื่อเห็นร่างมหึมานี้ ทุกคู่เนตรก็เบิกกว้างอุทานลั่น
“เจียงผิงอันถึงกับมีอีกร่างหนึ่ง!”
“ปราณแห่งกำลังน่ากลัวอะไรเช่นนี้ ไฉนจึงรู้สึกกดดันมากนัก”
“วิญญาณของข้าสะท้านเหมือนตอนข้าพบเซียนเลย!”
กระทั่งเซียนทั้งหลายยังมิอาจควบคุมสีหน้า ความตกใจปรากฏชัดถ้วนทั่ว
ใครจะคิดว่าเจียงผิงอันยังซ่อนอีกร่างหนึ่งไว้อีก!
นอกจากนั้น ปราณจากร่างนี้ยังน่ากลัวอย่างยิ่ง มิได้ด้อยไปกว่าปราณจากเซียนกลับชาต