“ลูกพี่ เราสู้ด้วยกันเถอะ!”
แม้หยางหลวนจะบาดเจ็บ เขาก็ยังยืนหยัดมั่นคงได้
“เจ้าไปเยียวยาอย่างสบายใจเถอะ ข้าคนเดียวก็พอแล้ว”
เจียงผิงอันไม่คิดให้พวกเขาทั้งสามลงมือ
“ฮ่า ๆ อวดดีเสียจริง ยังคิดสู้เจ็ดต่อหนึ่ง คิดว่ามียอดสมบัติชิ้นเดียวจะสู้เราได้หรือ? ไม่รู้จักประมาณตน”
ยามหนึ่งในผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานท้าทายเสียงสนั่นผู้ฝึกตนอีกสองคนจากสำนักเซียนเทียนหลานก็จู่โจมจากเบื้องหลังทันที
คำเย้ยเยาะนั้นทำแค่เพื่อเบนความสนใจของเจียงผิงอัน การลอบโจมตีต่างหากคือเจตนาจริง
แต่ลูกไม้เช่นนี้ใช้กับเจียงผิงอันมิได้สักนิด
เขตแดนจำนงสัประยุทธ์แผ่ตัว ปราณอหังการระเบิดออกเฉียบพลัน ชั่วขณะนั้น เขาเป็นเช่นเทวา ร่างของผู้ฝึกตนทั้งสองที่ลอบโจมตีด้านหลังสัมผัสแรงกดดันมหาศาล ต่างชะงักตัวแข็งตาม ๆกัน
เจียงผิงอันหวดกิ่งมารเข้าใส่ เขตแดนของทั้งสองมิอาจต้านทานได้สักนิด มันแตกสลายปล่อยกิ่งไม้ฟาดศีรษะพวกเขา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลทันที
“เขตแดนจำนงสัประยุทธ์! นั่นคือกฎจำนงสัประยุทธ์!”
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ซึ่งเดิมตั้งใจลงมือต่างขวัญผวายามเห็นเขตแดนที่เจียงผิงอันปลดปล่อย
“ร่างศึก! เขา… หรือเขาจะเป็นเจียงผิงอัน?”
สำนักเซียนอวี่หวงมีร่างศึกเพียงสอง หนึ่งคือเหมียวเสียซึ่งการฝึกฝนอยู่ในขั้นปลายระดับเขตแดน อีกคนชื่อเจียงผิงอัน อัจฉริยะ
หน้าใหม่ซึ่งเพิ่งปรากฏตัวเมื่อไม่กี่ปีก่อน ลือลั่นในฐานะบุคคลอันดับหนึ่งในขั้นต้นร