หยางจิ่นอวี๋หยุดยันต์สื่อสารทันที ไม่อยากฟังน้องชายนางเพ้อเจ้อต่อไป
ตระกูลหยางแห่งสำนักเซียนเป่ยฮวงมีผู้มีพรสวรรค์สองคน หนึ่งมีปัญญาสูงล ้าเกินใคร อีกหนึ่งสมองอัดแน่นด้วยมัดกล้าม โลกภายนอกล้วนล้อเลียนว่าหยางจิ่นอวี๋สูบปัญญาทั้งหมดไปแต่ยามเกิดแล้ว สมองหยางหลวนจึงเหลือเพียงมัดกล้าม
แม้จะเป็นเรื่องเล่าขำขัน แต่ก็ขับเน้นถึงสติปัญญาของหยางจิ่นอวี๋ได้ชัดเจน
หยางจิ่นอวี๋วางหมากตัวสุดท้ายในมือลงพลางพึมพำ “ในเมื่อเขาไม่มา ก็มิต้องบังคับกัน ข้าก็ควรไปแล้ว”
นางมิได้คาดหวังมากนักว่าจะดึงตัวเจียงผิงอันมาได้สำเร็จ มิต้องทุ่มพลังซื้อใจมากนักก็ได้ ที่ที่นางจะไปมีอัจฉริยะซึ่งแข็งแกร่งกว่าเจียงผิงอันหลายต่อหลายเท่าอยู่
หยางจิ่นอวี๋กำลังจะไปเยือนสถานที่ฝึกฝนสูงสุดที่มวลผู้ฝึกฝนฝันถึง สำนักศึกษาชางจืออันจะเป็นสังเวียนของนาง
เจียงผิงอันลือนามในแดนจันทร์มายา แต่บนสังเวียนอันกว้างกว่า เขาหามีราคาใดไม่
ในห้องฝึกฝน ณ สำนักเซียนอวี่หวง เจียงผิงอันทำความเข้าใจกฎเกณฑ์อย่างเคร่งขรึม รากเซียนในกายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะนี้ รากเซียนจำนงสัประยุทธ์ รากเซียนกลืนกินและรากเซียนกำลังเติบใหญ่เป็นพฤกษา แสงดาราสุกสกาวรายล้อม สอดประสานกับกฎฟ้าดิน
นี่หมายความว่าเข้าเริ่มประจักษ์แจ้งในกฎทั้งสามแล้ว
กลับกัน รากเซียนทำลายล้าง รากเซียนอัสนีหยินและรากเซียนโน้มถ่วงยังคงเล็กจ้อย โดยเฉพาะรากเซียนอัสนีหยินที่ยังอยู่ในสภาพรากอ่อน
ภาย