สียงจริงจัง
“เจ้าทะเยอทะยานเกินไป” หม่าเทียนฝูส่ายหัว
“ผมเหรอ?” โจวอี้ถามกลับ
“แม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ของฉู่เทียนฮุ่ย และแม้ว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้นำของสำนักโอสถในสักวัน แต่ก็คงจะไม่สามารถระดมสมาชิกสำนักโอสถที่แข็งแกร่งไปกำจัดนิกายเร้นลับได้ และแม้ว่าเจ้าจะเต็มใจ แต่ตาเฒ่าเหล่านั้นในนิกายของเจ้าคงไม่เห็นด้วย” หม่าเทียนฝูเย้ยหยัน
“ถ้าผมบอกว่าสามารถทำลายนิกายเร้นลับโดยที่ไม่ต้องใช้สมาชิกสำนักโอสถล่ะ?” โจวอี้ถามกลับ
“เป็นไปไม่ได้! นิกายเร้นลับดำรงอยู่มาหลายร้อยปี มีรากฐานที่ลึกล้ำและสมาชิกที่แข็งแกร่งมากมาย รวมถึงผู้ที่อยู่ในระดับเทพแปลงด้วย เจ้าคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน”
“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ทำไมคุณไม่อยู่ข้างผมตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ? ถ้าคุณเข้าใจผมอย่างถ่องแท้และเห็นพลังที่ผมมีแล้วจะตัดสินใจยังไงก็เชิญ” โจวอี้ยิ้ม
หม่าเทียนฝูเงียบไป เขาเพิ่งออกจากคุกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง และยังไม่มีที่ไป ยิ่งไปกว่านั้น ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาย่อมไม่ปิดกั้นเสรีภาพของเขา
ดังนั้น…การอยู่กับอีกฝ่ายตอนนี้เพื่อดูว่าตนเองทำอะไรได้บ้างย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ถ้าโจวอี้มีศักยภาพและสามารถจัดการกับนิกายเร้นลับได้ เขาก็จะอยู่ข้างอีกฝ่าย แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ เขาก็จะจากไป
หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ หม่าเทียนฝูก็พยักหน้าช้า ๆ และพูดว่า “ข้าจะอยู่กับเจ้าชั่วคราว แต่จนกว่าข้าจะตัดสินใจจริง ๆ ข้าจะไม่ช่วยอะไรเจ้าเลย”
“