วุโสของนิกายเร้นลับ อยู่ระดับผสานเต๋า” โจวอี้เอ่ยเสียงเข้ม
รถสองคันจอดสนิท
หลังจากโจวอี้และเซี่ยหลู่ลงจากรถ หม่าเทียนฝู ลูกหมาป่า และเผิงรุ่ยก็รีบเข้ามาหา พลางสังเกตการณ์รอบข้างอย่างระแวดระวัง
“กลัวอะไรกัน?” โจวอี้มองเด็กหนุ่มที่หันหลังมองรถสองคันด้านหลัง
“เปล่า” ลูกหมาป่าตอบเสียงเรียบ
“ต่อให้ไม่กลัว ฉันก็ขอสั่งเอาไว้ ต่อไปถ้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง ให้นายกับเผิงรุ่ยรีบหนีเอาตัวรอดให้เร็วที่สุด ไปที่อื่นเพื่อรอฟังข่าวคราวจากเรา” โจวอี้บอก
ลูกหมาป่าไม่ตอบ
เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของโจวอี้และมันทำให้เขาภักดีด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเคยตายมาก่อน โจวอี้เป็นคนมอบชีวิตใหม่ให้ ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็จะไม่ทิ้งโจวอี้และหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ต่อให้ต้องตายในการสู้ก็ตาม
“คุณโจว เจ้านายอยู่ที่ไหนผมก็อยู่ที่นั่น” เผิงรุ่ยบอก
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
คนกลุ่มหนึ่งพุ่งตัวมาจากสองข้างทาง ไม่ทันไรเขาก็ถูกคนทั้งห้ารุมล้อม
ตอนนี้เองที่อีกสามคนก้าวออกมาจากรถสองคันด้านหลัง พวกเขาเป็นชายชราอายุหกสิบกว่าปีในชุดเกราะสีดำพร้อมอาวุธคล้ายดาบในมือ คนพวกนี้สวมหน้ากากหัวกะโหลกสีดำ ท่าทางดูไม่ประสงค์ดี
“ท่าไม่ดีแล้วล่ะ” หม่าเทียนฝูกระซิบบอก
“ผมรู้แล้วครับ!” โจวอี้ใจหายวาบ เขาไม่ได้สนใจคนที่ตีวงล้อมตนเองอยู่ จากพลังปราณของฝ่ายตรงข้าม เขาดูออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป แต่ยังอยู่ในระดับปรมาจารย์อีกด้