างนี้!
หวังเหยากลืนน้ำลายและผลักชายผมทองที่จับแขนเขาเอาไว้ เขาคร้านจะส่องดูว่าอีกฝ่ายเป็นใครและผู้ชายที่มาด้วยกันเป็นใคร สองขารีบก้าวออกไปยืนขวางทางเอาไว้ทันที
“ทำอะไรของคุณ?” เซี่ยหลู่นิ่วหน้าถาม
“สวัสดีคนสวย ผมชื่อหวังเหยา พ่อผมคือหวังไจ้หมิน ประธานใหญ่ของหวังกรุ๊ปแห่งเมืองเยี่ยเฉิง เรารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าครับ?” หวังเหยาเอ่ยพลางโปรยยิ้ม
“ฉันรู้จักหวังไจ้หมินนะคะ คุณเป็นลูกชายเขานี่เอง!” เซี่ยหลู่ว่าอย่างไม่ยี่หระ หวังเหยาตาเป็นประกาย เธอรู้จักพ่อของเขาด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้นเธอก็น่าจะรู้ว่าครอบครัวเขาร่ำรวยแค่ไหน
นี่จึงเป็นโอกาสดี!
หวังเหยาแสร้งยิ้มพลางเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอครับ?”
“คุณไม่คู่ควรจะรู้ชื่อฉันหรอกค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็หลีกทางด้วย” เธอกล่าวเสียงเรียบ
หากเป็นหวังไจ้หมิน นายใหญ่แห่งหวังกรุ๊ป เธอก็ยังพอจะพูดคุยด้วยบ้าง แต่ลูกชายของเขาซึ่งเป็นเศรษฐีไม่เอาอ่าว เธอกลับรู้สึกว่าคุยด้วยก็เสียเวลาเปล่า
“คุณ…” หวังเหยาแทบไม่อยากเชื่อหูตนเอง ผู้หญิงคนนี้รู้จักเขาแต่ยังกล้าไล่เขาอีกอย่างนั้นหรือ หยิ่งอะไรขนาดนั้นกัน
หวังเหยาหลุดขำและหันไปมองโจวอี้ด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยว่า “เฮ้เพื่อน! ฉันชอบผู้หญิงคนนี้ ยกให้ฉันได้ไหม? จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา”
พลั่ก!
โจวอี้เงื้อมือฟาดอีกฝ่ายให้พ้นทาง
“หมอนี่ใช่คนที่แอบตามเราในห้างก่อนหน้านี้หรือเปล่า?” โจวอี้ถาม
“ใช่ คนนี้แหละ” เธอตอบพลา