้ผมไป!” หานฉือเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูด “ผมไม่ได้มอบให้เขา หลังจากพูดไม่กี่คำ ฉี่ลี่ก็ทำลายรากฐานพลังผม ศิษย์พี่หญิงต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะ”
ฉี่ลี่จ้องหานฉือด้วยท่าทางราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อ “ศิษย์พี่หญิง ผมผิดไปแล้ว ผมแค่อยากยืมมาดู แต่หานฉือเล่นงานผมก่อน”
หน้าผากของหวังซินเต้นตุ้บ ๆ เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสองคนนี้
แต่ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะชังกันจนถึงกับทำลายรากฐานพลังของกันและกัน
โชคดีที่เฝ่ยไป๋ลู่ไม่มา ไม่เช่นนั้นถ้าเห็นฉากนี้ อีกฝ่ายจะต้องรู้ตัวแน่ และการล่อเธอออกมาย่อมยากขึ้น
แต่มันเป็นงานที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์… หวังซินหายใจเข้าลึก ๆ ระงับความร้อนรุ่มในอก
หานฉือมองหวังซินด้วยความหวัง “ศิษย์พี่หญิง คุณช่วยผมสร้างรากฐานพลังใหม่ได้ไหม”
“ไม่” เสียงของหวังซินเย็นชา ก่อนจะหันหลังกลับและจากไป
ผู้ที่สูญเสียรากฐานพลังก็ไม่ต่างกับเศษเดน
ไร้ค่าเกินกว่าจะเก็บไว้
พอกลับมาถึงรถ หวังซินก็เตรียมใจก่อนโทรหาหานซุ่นเซิง
เธอพยายามสงบสติอารมณ์อย่างเต็มที่ “อาจารย์คะ เราล้มเหลว เฝ่ยไป๋ลู่ไม่มา…”
อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงแหบแห้งก็ดังขึ้นว่า “ฉันให้เวลาเธออีกหนึ่งสัปดาห์”
หวังซิน “ค่ะอาจารย์”
หลังจากวางสายแล้ว หานซุ่นเซิงก็ไม่สามารถซ่อนความกังวลบนใบหน้าของเขาได้ “เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ ไร้ประโยชน์กันหมด พวกเขาจับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“เฝ่ย