บสูงออกมาผืนหนึ่งทันที อักขระบนค่ายกลล้วนเต็มไปด้วยกฎเคล็ดพลัง เมื่อส่งปราณวิญญาณเข้าไป นางก็โยนธงค่ายกลเข้าไปในหมอกดำ
ราวมีชีวิต หมอกดำเคลื่อนตัวหายไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเหล่าผู้ฝึกตนเสียสติและซากศพซึ่งถูกกินส่วนศีรษะไปกองกระจาย
หลัวอีเฟยควบคุมเถาวัลย์ลากพวกเขาออกมา
หลัวอีเฟยเดาได้แล้วว่าพวกเขาพบอะไรมา เพียงหนึ่งฟาดฝ่ามืออักขระลึกลับตัวหนึ่งก็ปลิวใส่พวกเขา
“เปิด!”
เหล่าคนซึ่งเมื่อครู่เอะอะโวยวายนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไหวตัวด้วยสีหน้าสะพรึงขวัญผวาทันที
“อสูรมายา! ต้องเป็นอสูรมายาแน่ ๆ!”
พวกเขาต้องเผชิญอสูรมายา ตกเป็นเหยื่อภาพมายากันเป็นแน่พวกเขาจึงเสียสติไปเช่นนี้
อสูรมายาเป็นหนึ่งในอันตราย ณ พนาผีเบญจภัย ขอเพียงหลงกลมันเข้า ก็จะตกสู่มายาลึกล ้า ยากจะถอนหลุดพ้นได้
หากหลัวอีเฟยไม่ไหวตัวรวดเร็ว ไล่อสูรมายาไปได้ ทุกคนคงตกตายกันหมดสิ้น
จงหลินเกือบถูกกัดศีรษะหลุด โลหิตพรั่งพรู สีหน้าขวัญกระเจิง
เขาลุกขึ้นถลึงตามองเจียงผิงอัน “เจ้ารู้อยู่แล้วหรือไม่ว่าในนี้มีอสูรมายา ไฉนจึงไม่เตือนทุกคน!”
“ข้าไม่รู้ว่าอสูรมายาคืออะไร แค่สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างอยู่ในนั้น”เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ
“ยังทำไขสือ ของอย่างอสูรมายายากพบเจอ หากเจ้าไม่รู้ก่อนแต่แรก จะรู้ได้อย่างไรว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล?”
จงหลินชักกระบี่อย่างเดือดดาล “เจ้ามีเจตนาร้าย ฆ่าศิษย์ร่วมสำนักกันเอง สมควรถูกลงทัณฑ์!”