งพลังสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกัน”
“ระดับปรมาจารย์จะต้องมีท่วงท่าของตัวเอง และใช้มันเพื่อเพิ่มพลังโจมตีของตนเองอย่างชำนาญ”
“โจวถง เวลาที่กำลังต่อสู้ นายไม่สามารถพี่งพาพละกำลังของตัวเองได้อย่างเดียว นายต้องเรียนรู้ที่จะใช้สมองด้วย”
“ไป…”
หลังโจวอี้กล่าวคำพูดสุดท้าย ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นที่ด้านซ้ายของโจวถงทันที เมื่อโจวถงหันกลับมาและตอบโต้ โจวอี้ก็ใช้มือปิดกั้นไว้และตบหน้าอกของโจวถงอีกครั้ง ทำให้เขากระเด็นออกไปไกล
“สุดยอดเลย!”
“แข็งแกร่งมาก!”
“โจวอี้ ฉันจะฝึกฝนให้หนักแล้วเอาชนะนายให้ได้ในสักวัน!” โจวถงไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ก็ไม่สู้ต่อ
เขาคว้าเชือกที่ขอบสังเวียนด้านนอก โบกมือพร้อมตะโกนเสียงดัง
“ฉันจะรอวันที่นายสามารถเอาชนะฉันได้” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขณะนี้เหยียนลี่หยางผู้เป็นเจ้าของโถงฝึกยุทธ์ก้าวออกมาจากฝูงชน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เขาจ้องมองโจวอี้โดยไม่กะพริบตาและกล่าวอย่างตื่นเต้น “น้องชาย ระดับการฝึกยุทธ์ของนายคืออะไร? อยากทำงานในโถงฝึกยุทธ์ของเรามั้ย? ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการอื่น รับรองได้ว่าคุ้มค่าแน่นอน”
“…”
โจวอี้ทำตัวไม่ถูกทันที
นี่ฉันเหมือนคนตกงานเหรอ?
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การทำงานในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงเป็นงานที่ดีมาก หากจะทำอะไรสามวันจับปลา สองวันตากแห[1]ก็คงไม่ใช่เรื่องดี
ตอนนี้เขาแทบนับจำนวนที่โทรหาผู้อำนวยการเพื่อขอลางานไ