“อืม” เฉินเจี๋ยยิ้มอย่างขมขื่น
“ว่าแต่มันเป็นเช็คที่สามีของถังหว่านส่งมาหรือเปล่า?” ฉีซินถาม
“ไม่ใช่หรอก เป็นเพื่อนของสามีเธอน่ะ หูจินหรง ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเจิ้งโจว” เฉินเจี๋ยกล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ใครกันนะ คนที่ร่ำรวยที่สุดในเจิ้งโจว?” ฉีซินตัวสั่นและอุทาน “คุณกำลังล้อเล่นอะไรอยู่! หูจินหรงเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ในโลกธุรกิจของประเทศนี้ แต่นี่เขาเพิ่งส่งคนมาจ่ายค่าปิดปากตั้งสิบล้านเพื่อถังหว่านเนี่ยนะ?”
“ฉันเพิ่งบอกไปยังไงล่ะว่าสามีของถังหว่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหูจินหรง”
“ดีแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องให้เงินเมียเพื่อนมากมายขนาดนี้หรอกมั้ง พวกเขา…”
“นี่ถือว่าเป็นเงินมหาศาลสำหรับเรา แต่สำหรับหูจินหรง ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเจิ้งโจวแล้ว มันก็เป็นแค่เศษเงิน ฉันไม่แปลกใจหรอกถ้าเขาจะส่งเช็คร้อยล้านหยวนมาให้แบบนี้” เฉินเจี๋ยกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่นอีกครั้ง
ฉีซินเงียบไป
เขาจำสิ่งที่คนส่งเช็คพูดก่อนจะจากไปได้
หากเป็นหูจินหรงจริง ๆ หลังจากนี้เขาคงแย่
“ภรรยา คุณควรพักผ่อนก่อน! ผมยังมีธุระต้องจัดการหลังจากนี้ คุณเก็บเช็คไว้ให้ดี ๆ ล่ะ”
“ได้เลย”
แสงแดดสาดส่องในยามเช้า
โจวอี้ออกมาจากโรงยิมที่กว้างขวางในชุดกีฬา
แม้เขาจะไม่เคยอาศัยอยู่ในห้องชุดสุดหรูหราขนาดใหญ่เหมือนเขาวงกตนี้มาก่อน และยังไม่ชินกับมันเลยสักนิด แต่ด้วยความทรงจำอันยอดเยี่ยมของเขา เขาจึงไม่ได้หลงทางอยู่ในห้องสุดหรูนี้เหมือนกับถั