นชอบเชียวนะ!” หูจินหรงหัวเราะ
“พี่หูชมผมเกินไปแล้ว”
หลังจากทักทายกันพอสมควร โจวอี้และหูจินหรงก็นั่งลงในห้องนั่งเล่น
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
สองร่างแวบเข้ามาจากประตู ทั้งสองคือถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยซึ่งเพิ่งกลับมาจากการวิ่งข้างนอกในยามเช้า
เมื่อพวกเธอเห็นหูจินหรงอยู่ในห้องนั่งเล่น พวกเธอก็ชะงักไปทันที ราวกับตระหนักได้ว่ากำลังทำตัวเสียมารยาท ถังเหมียวเหมี่ยวรีบตรงไปเกาะแขนของโจวอี้และพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “พ่อคะ เราไม่รู้ว่ามีแขกอยู่ในบ้าน เราแค่คิดว่าแขกอยู่แต่ข้างนอก”
“ไม่เป็นไร ๆ”
โจวอี้ลูบผมของลูกสาวแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ลุงหู”
“สวัสดีค่ะลุงหู” ถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยกล่าวทักทายพร้อมกัน
“สวัสดีจ้ะหนูทั้งสอง น้องโจวโชคดีจริง ๆ! ลูกสาวทั้งสองคนของนายสวยมาก” หูจินหรงยิ้ม แต่เวลานี้หัวใจของเขากำลังสั่นไหว
เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แม้ว่าความสำเร็จของเขาจะไม่สูงนัก เพราะอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นต้น แต่เมื่อครู่นี้เขาสังเกตเห็นว่าถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่มากเกินกว่าที่เด็กทั่วไปจะทำได้ ไม่สิ…แม้แต่ผู้ใหญ่ธรรมดาก็ยังวิ่งไม่เร็วขนาดนี้…
เห็นได้ชัดว่าพวกเธอล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนระดับยุทธ์ของพวกเธอใกล้จะทะลวงเข้าสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์แล้วอีกต่างหาก!
ตอนนี้พวกเธอยังอายุไม่ถึงสิบขวบ!
หากได้รับการฝึกฝนจากโจวอี้ต่อไป พวกเธอน่าจะ