ะหูจินหรงพูดขึ้น
“…”
หวังซงพูดไม่ออก เขามัวแต่คิดอยากจะแย้งโจวอี้จนลืมคนรวยสุด ๆ อีกสองคนที่อยู่ในห้อง
“น้องโจว นายหาเงินได้มากมายขนาดนี้ได้ยังไง มันมาจากยาต้มอี้เฉินเหรอ? ไม่สิถ้าฉันจำไม่ผิด ดูเหมือนว่านายก็ไม่ได้ขายยาต้มอี้เฉินออกไปเยอะแยะขนาดนั้นนี่” หนี่อันหงถามด้วยความสงสัย
“ยาต้มอี้เฉิน? เป็นของโจวอี้?” หวังซงยืนขึ้นถามด้วยความเหลือเชื่อ
“นั่งลงก่อน นี่เป็นเรื่องที่รู้กันดีสำหรับพวกเราทุกคนที่นี่ เพราะงั้นอย่าแปลกใจ” หวงไห่เทาโบกมือด้วยรอยยิ้ม จากนั้นพูดต่อไปว่า “มีเพียงยอดบุรุษอย่างฉันที่สนิทกับน้องโจวเท่านั้นที่สามารถทำเงินและเพิ่มคลังสมบัติเล็ก ๆ ให้เขาได้ ฮ่าฮ่า…”
หลายคนหันมามองค้อนใส่อีกฝ่ายกับคำพูดนั้น
หูจินหรงดูประหลาดใจและกล่าวว่า “ที่แท้ยาต้มอี้เฉินก็เป็นของน้องโจว อืม…ถ้างั้นก็เป็นไปได้ที่จะทำเงินได้มากกว่าหมื่นล้านหยวนในครึ่งปี”
“ไม่เลย ยาต้มอี้เฉินทำเงินได้บ้าง แต่มันก็เป็นแค่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น” โจวอี้หัวเราะ
“ถ้างั้นนายเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?” หนี่อันหงถาม
“คำพูดโบราณว่ายังไงนะ? ฆ่าคนแล้วจุดไฟเผาเอาเข็มขัดทอง?” โจวอี้กล่าวด้วยสีหน้าสบาย ๆ
“…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็ถึงกับพูดไม่ออก
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ในห้องเชื่อโจวอี้แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน หนี่อันหงก็ถามขึ้นว่า “น้องโจว ถ้าฉันจำไม่ผิด นายน่าจะทำเงินได้มากมายตอนที่บุกไปคนเดียวที่เหอเฉิงเพื่อฆ่