ังมีอะไรจะพูดอีก!”
ชิวหยวนตะลึงทื่อ
เจียงผิงอัน สารเลวนี่โหดเหี้ยมยิ่ง เขาโจมตีวิญญาณตัวเองจริงๆ!
หากไม่ระวัง ก็อาจเป็นคนไร้ค่าไปตลอดชีวิต
“เขาโจมตีวิญญาณตัวเองแน่ ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ข้าถูกใส่ความ!” ชิวหยวนพูดเสียงดัง
“ยังกล้าทำไขสือ เดี๋ยวไปโถงคุมกฎก็รู้ว่าจะยังทำไขสืออยู่หรือไม่! ส่งตัวให้โถงคุมกฎ!”
คณะเวรยามคุมตัวชิวหยวนไป
ขณะถูกลากตัวไป ชิวหยวนก็ยังโวยวายไม่หยุดว่าตนถูกปรักปรำ
หัวหน้าคณะเวรยามกล่าวกับเจียงผิงอัน “ชิวหยวนจะได้รับบทลงโทษที่สาสม ยามผลตัดสินออกมา เขาจะต้องชดใช้ให้เจ้า”
“ขอบคุณมาก ข้าขอรีบไปซื้อโอสถมาเยียวยาวิญญาณก่อนนะ”
ใบหน้าของเจียงผิงอันซีดขาว น ้าเสียงอ่อนแรง
นี่มิใช่การเสแสร้ง เขาฉีกวิญญาณตัวเองและอ่อนแออยู่จริง ๆ
เมื่อออกจากห้องสอบปากคำ มุมปากเจียงผิงอันก็ขยับยกเล็กน้อย
แม้ชิวหยวนจะมิถูกประหารทันที อีกฝ่ายก็ยังต้องถูกทำโทษอย่างแน่นอน
เจียงผิงอันกลับสู่พื้นที่สาธารณะ แผงลอยและร้านค้าขนาดเล็กปรากฏให้เห็นทุกที่ เขาหาร้านขายโอสถสักร้านแล้วเดินเข้าไป
ทันทีที่เขาเข้ามาในร้าน กลิ่นโอสถคละคลุ้งก็ลอยปะทะหน้า ซึ่งกระทั่งวิญญาณอันบาดเจ็บของเจียงผิงอันยังรู้สึกดีขึ้นมาก
บนชั้นวางของในร้านมีโอสถอันแผ่กลิ่นโอสถหอมกรุ่นกำจายเรืองรองด้วยรัศมีกฎเกณฑ์อันแตกต่าง วางเรียงรายเช่นงานศิลป์
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สังเกตเห็นบางสิ่ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างหัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
บ