ออกจากสนามบินแล้ว ถ้างั้นเราแยกกันตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน! เอาไว้เรานัดกันทีหลัง” โจวอี้หัวเราะ
“ได้! เอาไว้เจอกันใหม่นะพี่โจว!” ฮวงฟู่เจิ้นตระหนักดีว่าเกาเทียนเซียงและอีกสี่คนนั้นน่าจะไม่ใช่คนธรรมดา และนี่เป็นเรื่องของโจวอี้กับอีกฝ่าย ซึ่งเขาไม่สามารถเข้าร่วมได้
สิบนาทีต่อมา
รถที่มีธงแดงติดหน้ารถสองคันก็ขับออกจากสนามบิน
สำหรับรถคันที่สองนั้นเกาเทียนเซียงเป็นคนขับ ส่วนโจวอี้นั่งอยู่ในตำแหน่งนั่งผู้โดยสารข้างคนขับ ในขณะที่จางอู๋เซี่ยนั่งอยู่ที่เบาะหลัง
เกาเทียนเซียงลอบสังเกตจางอู๋เซี่ยผ่านกระจกมองหลังอยู่หลายครั้ง สิ่งที่ทำให้เขางุนงงคืออีกฝ่ายดูเหมือนหญิงอายุสามสิบหรือสี่สิบเท่านั้น ใบหน้าของเธอซีดเล็กน้อย หลังจากขึ้นรถแล้วเธอก็ดูง่วงงุน ดูไม่เหมือนผู้ฝึกยุทธ์เลยสักนิด
“ผู้ดูแลเกา ผมเรียกคุณแบบนี้ถูกต้องไหม?” โจวอี้ถาม
“ถูกต้องครับ” เกาเทียนเซียงพยักหน้า
“ประธานเหลียงจะมาที่จินหลิงด้วยตัวเองไหม?”
“ท่านประธานจะมาถึงในตอนเช้าครับ”
“คุณบอกเขาไปก็ได้ว่าไม่จำเป็นต้องมา หญิงชราคนนี้มาที่นี่เพราะคำขอส่วนตัวของผม มันเป็นแค่ธุระส่วนตัวน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” โจวอี้กล่าว
“นี่… ถ้าอย่างนั้นคุณโจวโปรดแจ้งท่านประธานเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ?” เกาเทียนเซียงกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“แบบนั้นก็ได้ โทรหาเขาให้ผมหน่อย ผมจะคุยกับเขาเอง”
“ได้ครับ!” เกาเทียนเซียงพยักหน้า จากนั้นก็จับพวงมาลัยรถด้วยมือข้างหนึ่