่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง และค่าฝึกฝน บางทีผมอาจจะต้องสนับสนุนเธอในอนาคตด้วย ดังนั้นผมควรจะพูดว่านี่เป็นเรื่องของครอบครัวเราเอง” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
“นาย…”
เหลียงชิงไห่ตกตะลึง
คำพูดของโจวอี้ทำให้ความคิดของเขาปั่นป่วนและปิดกั้นทุกคำพูดของเขา
เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจวอี้และจางอู๋เซี่ยคืออะไร แต่เขารู้อย่างหนึ่งคือจางอู๋เซี่ยซึ่งหายหน้าไปหลายปีถูกโจวอี้นำตัวมาจากภูเขาเมิ่งหลาน
พวกเขาอาจจะสนิทกันมากก็ได้
หลังจากนั้นไม่นาน เหลียงชิงไห่ก็ระงับอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเองและพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ในเมื่อนายพูดแบบนี้ ฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูดต่ออีกแล้ว เอาเป็นถ้าอยากได้อะไรก็บอกฉันมาได้เลย”
“ผู้อาวุโสเหลียง ผมมีความต้องการที่อยากจะขอเหมือนกัน”
“พูดมา!”
“เธอไม่มีบัตรประชาชน! คุณช่วยจัดหาให้เธอที มันคงไม่สะดวกเท่าไหร่ที่เวลาออกไปไหนผมจะต้องคอยแสดงใบรับรองของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงออกมาแก้ปัญหาเรื่องนี้” โจวอี้หัวเราะ
“ไม่ต้องกังวล ฉันจะส่งคนไปจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
เกาเทียนเซียงซึ่งขับรถอย่างเงียบ ๆ แต่ในใจกลับไม่สงบเหมือนสีหน้า
เขาได้ยินชื่อจากโจวอี้
จางอู๋เซี่ย!
ผู้แข็งแกร่งในระดับบรรพจารย์ยุทธ์เมื่อหลายสิบปีก่อน และครั้งหนึ่งเคยเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายปีศาจ
เกาเทียนเซียงรู้สึกราวกับมีคลื่นพายุถาโถมเข้ามาในใจ เขารู้ว่าถ้าเขาเดาถูก สิ่งที่โจวอี้เพิ่งพูดกับประธานเหลีย